วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สัญชาตณาณความเป็นแม่ Feb 25, '11 12:22 AM


ก่อนหน้าที่จะมีลูก ทุกครั้งที่ได้เจอ ได้สัมผัสกับเด็กอ่อน ไม่ว่าจะเป็นลูกของญาติสนิท ลูกของเพื่อน เห็นแล้วก็จะรู้สึกน่ารัก น่าชัง อยากเข้าไปดูใกล้ๆ เข้าไปจับ  แต่พอเค้าเอามาให้อุ้ม กลับไม่กล้าอุ้ม กลัวไปหมด กลัวทำหล่น กลัวเด็กจะเจ็บ จนพอมีลูกเองก็เลยแอบกังวลว่าพอคลอดแล้วจะกล้าอุ้มไม๊ จะอุ้มยังไง

จนวันที่คลอดมามิ พอพยาบาลอุ้มลูกยื่นมาให้แม่ก็ยืนมือเข้าไปรับทันที  ด้วยสัญชาตณาณของความเป็นแม่ในวินาทีนั้นไม่ได้มีความรู้สึกกลัว หรือกังวลใดๆทั้งสิ้น อุ้มเข้ามาแนบอกมองหน้าลูกแบบไม่วางตา รู้แต่ว่าอยากให้เค้าอยู่ใกล้เราแบบนี้ตลอดไป

ช่วงเวลาที่พักฟื้นหลังคลอดที่โรงพยาบาล ลูกจะถูกดูแลโดยพยาบาลที่ห้องเนอร์สเซอรี่ ที่อยู่คนละชั้นกับห้องพักของแม่ คุณพยาบาลถามว่าจะลงมาให้นมลูกเองทุกครั้งไม๊ แม่ตอบทันทีแบบไม่ลังเลว่าไปค่ะ เพราะช่วงเวลาให้นม และอาบน้ำให้ลูกจะเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับลูก และเป็นช่วงเวลามีความสุขที่สุด ทั้งวัน ทุกวัน จะรอคอยแค่เวลานี้ บางครั้งเจ้าหน้าที่เอารถเข็นมารับช้า ไม่ทันใจ ก็จะลุกขึ้นเดินไปเองเลยจนหมอตกใจว่า ทำไมเดินเองได้เร็ว  สัญชาตณาณของความเป็นแม่ล้วนๆ เลยคือพอถึงเวลาก็อยากจะไปหาลูกให้เร็วที่สุด

เมื่อวันที่อุ้มลูกกลับบ้าน เอาลูกวางบนเตียง ทั้งแม่และพ่อก็ยังไม่รู้หรอกว่าจะเลี้ยงกันแบบไหน อย่างไร ด้วยความเป็นพ่อแม่มือใหม่ ไม่มีคนคอยช่วยเลี้ยง ก็อาศัยสัญชาตณาณของความเป็นแม่ สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติให้มานี่แหละในการเลี้ยงลูก คอยสังเกตทุกอากัปกริยาของลูกว่าเค้าต้องการอะไร ต่างคนต่างปรับตัวเข้าหากัน ทั้งแม่และลูก ต่างคนต่างเรียนรู้กันไป จนมาถึงวันนี้ก็ 2 ปี 2 เดือนแล้วค่ะ



หลังจากได้ชมโฆษณาของ เบบี้มายด์ : http://www.youtube.com/babimildmominstinct  ที่พูดถึง สัญชาตญาณความเป็นแม่ นั่งดูไปน้ำตาไหลไป  มันบีบหัวใจคนเป็นแม่อย่างเรามาก ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเรา คงมีความรู้สึกไม่ต่างไปจากภาพที่เห็น  นาทีนั้นคงอึ้ง คิดว่าฝันไปหรือเปล่า  เจ็บปวด เสียใจ หัวใจสลาย ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับเรา เกิดกับชีวิตน้อยๆ ที่เราเฝ้ารอคอยที่จะเห็นหน้ามานานนับ 40 สัปดาห์ พอคลอดออกมาได้เจอแต่ร่างที่ไม่มีลมหายใจ คงไม่มีคำอะไรมาบรรยายถึงความสูญเสียนั้นได้ ก็คงได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่า ลูกไม่ได้เป็นอะไร ลูกแค่หลับไป เดี๋ยวลูกก็ตื่นขึ้นมา และคงคาดหวังว่าจะมีปาฏิหารย์มาช่วยลูกให้รอดได้

ย้อนมาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง…กลางดึกคืนนึง ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วลุกขึ้นมามองไปที่เตียง เห็นลูกนอนนิ่ง อกไม่กระเพื่อม ก้มหน้าลงไปดูลูกจนชิด เอามือไปอังที่จมูกของลูก ไม่มีลมหายใจออกมา เวลานั้นรู้สึกว่า มือตัวเองชา ตัวชา ใจเต้นรัว แทบทรุดลงไปกองลงกับพื้น รีบเอามือไปแตะตัวเค้า แล้วเขย่าเบาๆ แล้วเจ้าตัวเล็กก็เริ่มขยับตัว แว่บนั้นดีใจและโล่งใจเป็นที่สุด

เหตุการณ์ในครั้งนั้นยังจดจำ และฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ นี่เป็นเพียงแค่เหตุการณ์เล็กๆ ที่ประสบกับตัวเอง ยังสะเทือนความรู้สึกได้ถึงขนาดนี้  นี่ถ้าเกิดเหตุการณ์จริงเหมือนในภาพโฆษณาคงไม่สามารถหาคำใดๆ มาบรรยายถึงความรู้สึกสูญเสียนั้นได้

เมื่อสามปีก่อน เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เคยเกิดขึ้นกับน้องสะใภ้ ซึ่งมีลูกสาววัยกำลังเดิน กำลังวิ่ง แต่อยู่ๆน้องกลับไม่ยอมเดิน ร้องให้อุ้มตลอดเวลา พี่เลี้ยงก็ตามใจ น้องอยากให้อุ้ม ก็อุ้มตลอด จนวันที่พี่เลี้ยงไม่อยู่ลากลับบ้าน น้องได้มีเวลาอยู่กันลำพังกับพ่อแม่ ตอนนั้นน้องไม่ยอมเดินอีกแล้ว จะไปไหนก็ใช้คลานไป โดยสัญชาตญานของแม่ ทำให้เริ่มรู้แล้วว่าลูกต้องมีอะไรผิดปกติซักอย่าง เลยรีบพาไปหาหมอทันที เริ่มจากไปหาหมอกระดูก จนมาจบที่หมอทางด้านสมอง ซึ่งตรวจพบว่าน้องมีก้อนเนื้องอกในสมอง การรักษาต้องใช้การผ่าตัดอย่างเดียว

นาทีที่รู้ว่าลูกตัวเล็กๆ ที่ยังสื่อสารกับพ่อแม่ยังไม่ค่อยได้จะต้องเข้ารับการผ่าตัดสมอง คนเป็นแม่หัวใจแทบสลาย เศร้า เสียใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก่อนผ่าตัดตระเวนไปไหว้พระ ทำบุญ บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกสารทิศให้ลูกปลอดภัย  จนการผ่าตัดสมองครั้งแรกก็ผ่านไปด้วยดี น้องปลอดภัย แต่ยังไม่จบ เพราะอาการน้ำในสมองที่ไม่ระบายออก ก็ยังไม่ดีขึ้นต้องผ่าตัด เพื่อติดอุปกรณ์ช่วยระบายของเหลว ครั้งที่สอง และจนสำเร็จลงในครั้งที่สาม ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงสามขวบที่น้องเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด

ตลอดเวลาที่รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล แม้ลูกจะสื่อสารกับแม่ได้ไม่มากเนื่องจากยังเล็ก และมีอาการเจ็บป่วยมาขัดขวางการสื่อสาร แต่ด้วยความเป็นแม่  การเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เฝ้าดูแลลูกไม่ห่าง ให้กำลังใจลูกอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาที่เค้าต้องการกำลังใจ  แค่ลูกร้อง หรือมองสบตา แม่ก็รู้แล้วว่าลูกต้องการอะไร

ความรักของคนเป็นแม่ไม่เพียงแต่สามารถสร้างปาฏิหารย์ แต่ยังคงสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ่นได้จริงๆ  ทั้งหมดเกิดขึ้นจากสัมผัสแรกที่แม่ลูกได้ส่งถึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการยื้อชีวิตของลูกน้อย หรือการช่วยให้ลูกฝ่าฟันความเจ็บปวดจากการเจ็บป่วย ซึ่งก็คงไม่มีคำไหนจะอธิบายเหตุการณ์เหล่านี้ได้ดีกว่าคำว่า สัญชาตญาณของความเป็นแม่

หนูมามิไปงานแถลงข่าว Family & Kids Application มาค่ะ Nov 3, '10 7:25 AM

เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายหนูมามิได้รับเชิญไปเป็นเซเลปตัวน้อยในงานเปิดตัว Family & Kids Application มาค่ะ หนูเป็นมนุษย์ตัวเล็กที่สุดในงานเลย วันนี้มีพี่นักข่าวและสื่อมวลชนมากันเต็มเลย

โดยงานนี้ True App Center จับมือ นานมี บุคส์ และ อักษรา ฟอร์ คิดส์ ร่วมมือทำ application สำหรับกลุ่ม Family & Kids ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนิทาน หรือ จะเป็น หมวดก ข ค, A B C เพื่อส่งเสริมพัฒนาของเด็กๆ ในวัยเริ่มเรียนรู้ ซึ่งแต่ละแอพฯ ก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากจะได้ความสนุก ความบันเทิงแล้ว ก็ยังได้รับความรู้อี่กด้วย

แอพพลิเคชั่นในหมวด Family & Kids ที่ True App Center พัฒนาขึ้นมีอะไรบ้างมาดูกันนะคะ

- I Know My 123 แอพพลิเคชั่นช่วยฝึกทักษะการนับเลข
- I Know My กขค และ I Know My ABC แอพพลิเคชั่นฝึกการจดจำ และ ออกเสียงตัวอักษร ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- I Know My Shape แอพพลิเคชั่นฝึกทักษะด้านรูปทรงต่างๆ
- Can You Guess Who? แอพพลิเคชั่นฝึกทักษะความจำ ในรูปแบบเกมส์สนุกๆ

สามารถดู application ในกลุ่ม Family & Kids และ โหลด ได้ที่นี่ค่ะ
http://appcenter.truelife.com/home/app_cat/47/Family&Kids#hilight

นอก จากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นนิทานสำหรับเด็ก เช่น วัวดำวัวขาว แม่ไก่แม่เป็ด หนูจ๋าเสียงใคร นิทานชุดหนูนิดไม่อยากไปโรงเรียน, นิทานชุดหนูนิดไม่อยากกินผัก และนิทานชุดหนูนิดไม่อยากแปรงฟัน ด้วยค่ะ

พิเศษ! สำหรับลูกค้าทรูมูฟโหลดฟรีก่อนใคร วันนี้ – 31 มกราคม 2554

ไปที่ App Store ทำการ Search โดยพิมพ์คำว่า True นะคะ แล้วก็จะเจอ App น่ารักๆ เล่านี้ค่ะ

คุณ พ่อคุณแม่ ที่เป็นลูกค้าทรูมูฟ ไปดาวน์โหลดให้ลูกๆ เล่นกันนะคะ แล้วมาบอกกันด้วยค่ะว่าน้องๆ ชอบ App ไหนกันบ้าง มามิลองเล่นมาหมดแล้วทุก App ขอบอกว่าดีมากๆ เลยค่ะ

ไปดูคลิปรูปกันดีกว่า








  

ภาพและคลิป งานแถลงข่าว Family & Kids Application



ภาพและคลิป งานแถลงข่าว Family & Kids Application (คลิปมามิ) Nov 2, '10 12:34 PM

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Family & Kids Application ที่ True App Center จับมือ นานมี บุคส์ และ อักษรา ฟอร์ คิดส์ ร่วมมือทำ application สำหรับกลุ่ม Family & Kids ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนิทาน หรือ จะเป็น หมวดก ข ค, A B C เพื่อส่งเสริมพัฒนาของเด็กๆ ในวัยเริ่มเรียนรู้ ซึ่งแต่ละแอพฯ ก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากจะได้ความสนุก ความบันเทิงแล้ว ก็ยังได้รับความรู้อี่กด้วย

true app center

True App Center ศูนย์กลางพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เดินหน้าสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นหลากหลาย ตอบโจทย์สไตล์ผู้บริโภคทุกรูปแบบ ล่าสุดจับมือทรูมูฟ สร้างความแตกต่าง เน้นเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าทรูมูฟที่ใช้ iPhone 4, iPhone 3GS และ iPhone 3G นำเสนอแอพพลิเคชั่นใหม่ เน้นความสำคัญของสถาบันครอบครัว ด้วย 13 แอพพลิเคชั่นใหม่ สำหรับกลุ่ม Family & Kids เปิดโลกการเรียนรู้ด้วยสื่อรูปแบบใหม่ เสริมทักษะ ปูพื้นฐานความรู้ให้ลูกน้อยทุกที่ทุกเวลา บน iPhone, iPad และระบบปฏิบัติการ Android พร้อมจับมือพันธมิตรชั้นนำวงการหนังสือสำหรับเด็ก นานมี บุ๊คส์ และ อักษรา ฟอร์ คิดส์ นำหนังสือนิทานยอดนิยม มีคุณค่า สร้างเป็นแอพพลิเคชั่นนิทานสำหรับเด็ก เพิ่มสีสัน และลูกเล่นแอนิเมชั่นใหม่ๆ พิเศษ! สำหรับลูกค้าทรูมูฟโหลดฟรีก่อนใคร วันนี้ – 31 มกราคม 2554

น้องมามิ เล่น app ของ trueapp อย่างสนุกสนาน

โดยในงานแถลงข่าว นายอุทัย คุ้มคง
รองผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดียและการตลาด บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็มีการโชว์ลูกเล่นต่างๆ ของ applicaion กลุ่ม Family & Kids ให้สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติได้ชมกันด้วย

ซึ่ง นายพิชิต ธันโยดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสารสนเทศ คอนเวอร์เจนซ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า

"จาก ทิศทางการเติบโตของตลาดแอพลิเคชั่นทั่วโลก และในประเทศไทย แสดงถึงโอกาสที่ดีสำหรับนักพัฒนาไทย ในการสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายของผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ มีคุณภาพ ก็คือกลุ่มครอบครัวและลูกน้อย โดย True App Center ได้พัฒนา 13 แอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด เน้นเสริมทักษะ ปูพื้นฐานพัฒนาความรู้ของเด็ก วัย 2 – 5 ปี และช่วยส่งเสริมคุณค่าความสัมพันธ์ในครอบครัว แอพพลิเคชั่นใหม่นี้ สามารถเล่นได้ทั้ง iPhone 4, iPhone 3GS, iPhone 3G และขยายไปยังกลุ่มผู้ใช้ iPad และ Andriod อีกด้วย"


แอพพลิเคชั่นในหมวด Family & Kids ที่ True App Center พัฒนาขึ้น ได้แก่

I Know My 123 แอพพลิเคชั่นช่วยฝึกทักษะการนับเลข
I Know My กขค และ I Know My ABC แอพพลิเคชั่นฝึกการจดจำ และ ออกเสียงตัวอักษร
ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
I Know My Shape แอพพลิเคชั่นฝึกทักษะด้านรูปทรงต่างๆ
Can You Guess Who? แอพพลิเคชั่นฝึกทักษะความจำ ในรูปแบบเกมส์สนุกๆ

สามารถดู application ในกลุ่ม Family & Kids และ โหลด ได้ที่นี่
http://appcenter.truelife.com/home/app_cat/47/Family&Kids#hilight



นอกจากนี้ True App Center ยังร่วมมือกับพันธมิตรเจ้าของคอนเทนต์คุณภาพ สำหรับเด็ก อาทิ นานมี บุ๊คส์ และอักษรา ฟอร์ คิดส์ นำนิทานยอดนิยมที่ได้รับรางวัล และเป็นหนังสือขายดี มาสร้างสรรค์เป็นแอพพลิเคชั่นนิทานสำหรับเด็ก โดย นานมี บุ๊คส์ มอบ นิทานยอดนิยมที่ได้รับรางวัล และเป็นหนังสือขายดี 12 เรื่อง อาทิ วัวดำวัวขาว แม่ไก่แม่เป็ด หนูจ๋าเสียงใคร และลูกปลาหายไปไหน เป็นต้น ด้าน อักษรา ฟอร์ คิดส์ มอบนิทานดัง 3 เรื่อง อาทิ นิทานชุดหนูนิดไม่อยากไปโรงเรียน, นิทานชุดหนูนิดไม่อยากกินผัก และนิทานชุดหนูนิดไม่อยากแปรงฟัน

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าว Family & Kids Application



นอกจาก application นี้ เด็กๆ จะเพลิดเพลินแล้ว ผู้ใหญ่ก็สา่มารถสนุกไปกับเด็กๆได้ด้วย









ทริปหรรษา ลั้ลลา กับหนูมามิ : 02 ส.ค. 2553 09:05

ประสบการณ์การเลี้ยงลูกของ ครอบครัวของเรานั้น ศึกษาทั้งจากการอ่านหนังสือ นิตยสาร หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต และการพูดคุยกันในเว็บอร์ดกับครอบครัวที่มีลูกวัยเดียวกัน และจากสิ่งเหล่านี้ได้นำมาปรับมาใช้ในการช่วยส่งเสริมพัฒนการต่างๆ ให้หนูน้อยมามิของเราอยู่แล้ว และการเข้า ร่วมภาระกิจต่างๆ กับ MommyBear Blogger ของมามิ ทำให้แม่แหม่มและปะป๊าบิ้นได้รู้ถึงแนวทางในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านให้แก่หนูน้อยมามิของเรา ได้มากดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ด้วยการไปทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมทั้งได้รับคำแนะนำที่ดีจากคุณหมอพัฏ อีกทั้งยังได้อ่าน Blog ของแม่ๆ ทั้ง 9 ครอบครัวที่มาแชร์ประสบการณ์ร่วมกันอีกด้วย มาดูกันว่า พัฒนาการทั้ง 4 ด้านที่หนูน้อยมามิของเราได้เรียนรู้ จาก ภารกิจปฏิบัติการเติบโตสู่โลกกว้าง เสริมสร้างวัยเตาะแตะในแต่ละตอนมามีอะไรกันบ้าง
ภาระกิจแรก โยคะคุณหนู เสริมสนุก กระตุ้นกล้ามเนื้อ ภาระกิจนี้ทำให้มามิได้รู้จักคำว่า “โยคะ” เป็นครั้งแรก ในวันที่เรียนโยคะ ถึงแม้ว่าหนูจะยอมทำตามแค่สองสามท่า และเวลาทีเหลือหนูก็เฝ้าแต่รอคอยที่จะออกไปเจอกับพี่หมีข้างนอก พอกลับมาฝึกที่บ้านก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือซักเท่าไหร่ ฝึกไปวิ่งเล่นไป ง่วงไป หาวไป สุดท้ายหนูก็ได้มา 1 ท่าคือท่าภูเขาสูง
ภาระกิจที่ 2 ภารกิจพิชิตภูมิคุ้มกัน....ทางใจ ไม่ ว่าจะอยู่ทีมสร้าง หรือทีมเสริม จะอยู่กับแม่ หรือปะป๊า หนูไม่มีทีท่าว่าจะงอแง เพราะสิ่งที่หนูสนใจนอกจากพี่หมีก็คือบ่อบอล กระโดดเข้ากระโดดออก นอนกลิ้งเกลือกอยู่ในบ่อบอลก็สนุกจนลืมทุกอย่างแล้วล่ะ ภาระกิจนี้นอกจาก 1 ขวบ 1 นาทีที่ใช้กับมามิแล้วนั้น แม่แหม่มกะป๊าบิ้นยังได้รู้จักคำว่า Time Out อีกด้วยค่ะ
ภาระกิจที่ 3 ภาระกิจสนุกเรียน สนุกร้อง จริงๆ แล้วมามิชอบร้องเพลง ชอบเต้นมากๆ พอบอกว่ามามิ dancing เจ้าหนูน้อยก็จะลุกขึ้นมาส่ายตูดทันที และเพลงโปรด และท่าโปรดของมามิก็คือ Head Shoulder Knee and Toe… นั่นเอง ในวันที่เข้าร่วมกิจกรรมมามิจะลั้ลลากับพวกเสียงเพลงและเครื่องเล่นมากกว่า ที่ครูสอนร้อง จะมีก็แต่ลุกขึ้นมาเต้นตอนคุณครูร้องเพลงช้างนั่นเอง
ภาระกิจที่ 4 การผจญภัยของวัยเตาะแตะ เป็น การเดินทางไปหัวหินของเหล่าครอบครัว MommyBear Bloggers ครอบครัวที่ร่วมสนุกจากทางบ้าน และครอบครัวเนสเล่ มามิตื่นเต้นตั้งต่ก่อนออกเดินทางเพราะมามิได้เจอพี่หมีที่หนูรักมากมาย และได้เจอเพื่อนๆ หลายๆ คนด้วย ที่สำคัญ พี่หมีตามไปด้วยตลอดทริปนี้เลย
กิจกรรมที่ทางทีมงาน MommyBear จัดให้เต็มแน่นแบบจุใจกันเลยทีเดียว พอ ถึงที่พักเก็บข้าวเก็บของกันเรียบร้อย ก็มาเริ่มกิจกรรมกลางแจ้งแสนสนุก ไม่ว่า ทั้งกิจกรรมในสวน สนามเด็กเล่น และสระว่ายน้ำ ทั้งหมด 6 ซุ้มด้วยกัน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กๆ  ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสมอง ใน การทำกิจกรรมมีการจับคู่บัดดี้กันทำกิจกรรมไปร่วมกัน ครอบครัวของเราได้ครอบครัวของคุณแม่หญิง และน้องเรนี่มาทำกิจกรรมร่วมกัน เริ่มด้วยกิจกรรม ลูกโป่งสีเหลือง ให้หาลูกโป่งสีเหลือง 3 ใบ อันนี้ง่ายๆ เลย เพราะสีเหลืองเป็นสีที่มามิจำได้แม่นยำ แป๊บเดียวก็ได้ลูกโป่งกลับไปเล่นในห้อง 3 ใบ
จาก นั้นทีมของเราก็ย้ายไปปลูกต้นไม้กัน นี่เป็นครั้งแรกที่มามิได้จับพลั่ว ตักดินใส่กระถาง และปลูกต้นดอกไม้สีเหลืองๆ โดยมีแม่แหม่มคอยช่วยหนูอยู่ ดูหนูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ กับการได้ปลูกดอกไม้ พอปลูกเสร็จหนูไม่รอช้ารีบยกเอาไปให้ปะป๊าได้ชื่นชมผลงานของหนูทันทีเลย เสร็จแล้วก็ไปเติมสีสันให้พี่หมีโดยการระบายสี และเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่มามิได้ลองระบายสีด้วยสีน้ำ ปกติอยู่ที่บ้านหนูใช้แต่สีเทียน แรกๆ ก็เก้ๆ กังๆ ไม่ค่อยถนัดซักเท่าไหร่ แต่พอทำไปได้ซักพักชักสนุก ละเลงใหญ่เลย ผลงานก็ออกมาอย่างที่เห็น แสนจะภูมิใจ ได้เอากลับมาชื่นชมที่บ้าน ทั้งกระถางต้นไม้ และผลงานการระบายสี พอกลับมาถึงบ้าน ถึงแม้จะรดน้ำบ่อยๆ แต่ต้นไม้ที่หนูปลูกมากับมือมันเหี่ยวไปซะแล้ว คงเป็นเพราะนั่งรถมาไกลไปนิดนึง ถึงตอนนี้แม่ก็ยังเก็บต้นไม้และกระถางไว้อยู่ มามิมองเห็นทีไรก็จะพูดว่า “ดอกไม้เหี่ยว” จริงๆ มันได้ตายไปแล้วจ้าลูก
กิจกรรม ในสนามเด็กเล่น และในสวนยังไม่หมด แต่มามิชะเง้อมองไปทางสระว่ายน้ำอยู่บ่อยๆ แม่รู้ว่าหนูชอบว่ายน้ำมากๆ เลยไม่รอช้า ชวนแม่หญิงกับน้องเรนี่ลงสระกันเลย จริงๆ กิจกรรมในสระว่ายน้ำคือให้นั่งบนเรือเป็ดแล้วเอากระชอนช้อนเอาเป็ดตัวโตที่ ลอยน้ำปนกับลูกบอลสี เพื่อไปแลกกับสติ๊กเกอร์ แต่หนูมามิพอเห็นลูกบอลสีๆ ลอยเต็มสระก็เล่นลูกบอลซะ จนไม่สนใจอะไรเลย ไม่ยอมนั่งเรือเป็ด ไม่ยอมจับเป็ด จะจับแต่ลูกบอลอย่างเดียว และแล้วหนูมามิก็สาละวนกับลูกบอลในสระว่ายน้ำแบบไม่ยอมไปไหนเลย เล่นน้ำจนมือเหี่ยว ปากม่วงกันไปเลยทีเดียว โดยมีปะป๊านั่งถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา พอนึกได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูปกับป้ายตามซุ้มต่างๆ ไว้ ปะป๊ารีบเรียกออกจากสระว่ายน้ำขึ้นมาถ่าย ได้แค่ 2 ซุ้มเอง เพราะที่เหลือพี่ๆ เก็บกันหมดแล้ว เนื่องจากฝนตั้งเค้าทมึนมาส่วนแม่หญิงกับน้องเรนี่ ลงสระว่ายน้ำได้แป๊บเดียวก็ขึ้น เพราะน้องร้องงอแง อาจจะเป็นเพราะน้องยังเล็กไปคงยังไม่ชินกับคนเยอะๆ
ขึ้นจากสระว่ายน้ำก็กลับ เข้าห้องอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมไปงานแฟนซีในตอนกลางคืน พอไปถึงในงาน โอ้โห... ทุกครอบครัวเตรียมตัวกันมาดีมากๆ เลย เสื้อผ้า หน้าผม และอุปกรณ์ประกอบ เลยได้รับรางวัลกันไปถ้วนหน้ามีครอบครัวแม่ออม แม่ปุ้ย แม่ชุ แม่เอมี่ และแม่ปุ๊ก นอกจากรางวัลแฟนซีสุดเริ่ดแล้ว ยังมีรางวัลครอบครัว Active และรางวัล The Best Family Buddy อีกด้วยค่ะ ดีใจกับทุกๆ ครอบครัวที่ได้รับรางวัลนะคะ
ครอบ ครัวของเรามาในคอนเซ็ปท์ "การผจญภัยไปเก็บความทรงจำผ่านหลังเลนส์" การแต่งตัวไม่มีอะไรมาย ใส่เสื้อครอบครัว สะพายกล้องคนละตัว จบ… ง่ายจัง ถึงแม้เราไม่ได้รางวัลอะไรมาเลย แต่เราภูมิใจเพราะมันแสดงออกถึงความเป็นครอบครัวของเราที่สุด เพราะก่อนหน้าที่เราจะคิดคอนเซ็ปท์ได้ถามคนรอบข้างแล้วว่า คิดว่าครอบครัวเราเป็นแบบไหน ได้คำตอบคือ ครอบครัวตากล้อง เราเชื่อว่าการถ่ายรูปเป็นเปิดมุมมองโลก ในกรอบเล็กๆ ที่มีจินตนาการเป็นโจทย์ และมีความฝันเป็นคำตอบ ภาพทุกภาพมีเรื่องราว มีชีวิต ภาพทุกภาพมีความทรงจำ การเดินทางไปสำรวจโลกกว้างของเรา จะไปพร้อมกับกล้องเสมอ ทุกครั้งที่มีโอกาส

งาน แฟนซีไม่ทันจบแต่พ่อกับลูกนั่งกอดกันหลับที่โต๊ะอาหาร แม่แหม่มได้ทีก็เลยเก็บรูปไว้เป็นหลักฐานซะเลย สลบเหมือดกันไปทั้งคู่แบบนี้แสดงว่ากิจกรรมในตอนบ่ายวันนี้ช่างดีจริงๆ ทำให้หนูน้อยของเราใช้พลังงานไปจนหมดเลยทีเดียว
เช้า วันอาทิตย์แม่แหม่มตื่นขึ้นมามองไปทางสระว่ายน้ำเห็นพี่หมีมายืนรอเด็กๆ แต่เช้า เลยรีบจับมามิแปรงฟัน แต่งตัวแล้วไปออกกำลังกายกับพี่หมีกัน ออก กำลังกายไปพร้อมเสียงเพลง และเด็กๆ วิ่งเล่นไล่จับฟองสบู่ อู๊หู….สนุกมากๆ เลย มามิลั้ลลา เต้นกับพี่หมีแบบไม่มีเบื่อ แถมไปต่อด้วยสไลเดอร์ อีกหลายรอบเลย เช้าวันนี้มามิเลยกินข้าวได้เยอะมาก เพราะได้ออกกำลังกายแต่เช้านี่เอง
หลัง จากทานข้าวเสร็จบรรดาคุณแม่ก็แยกย้ายไปฟังบรรยายเรื่องโภชนาการของลูกน้อย ส่วนคุณพ่อทั้งหลายก็พาลูกๆ ไปที่ Kid’s club พาเด็กไปนั่งเล่น ไประบายสีกันที่นั่นเพื่อรอคุณแม่
เสร็จ จากบรรยาย ก็ได้เวลาแสนสนุกอีกแล้ว นั่นคือการทำข้าวกล่องนั่นเอง แม่แหม่มนั่งทำข้าวกล่องโดยมีปะป๊ากำกับ และมีหนูมามิคอยป่วนนิดหน่อย แต่หนูช่วยได้เยอะคือ ช่วยกินเศษขนมปัง และเศษสาหร่ายที่เหลือจากการทำข้าวกล่องไปได้เยอะเลย มาดูหน้าตาข้าวกล่องของหนูมามิกัน น่ากินใช่ไม๊ล่ะ จบจากการทำข้าวกล่องแล้วก็ได้เวลาถ่ายรูปหมู่แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
การเดินทางของหนูมามิยัง ไม่จบ ยังหนูยังไม่กลับแม่พาหนูไปตะลุยโลกกว้างต่อโดยการขับรถเลยไปอีกนิดไปเที่ยว วังมฤคทายวันต่อได้อีก ที่นี่สวยมากๆ เลยค่ะ มาหัวหินทุกครั้งอย่าลืมแวะมาชมกันนะคะ
ส่วน ที่ประทับใจมากที่สุดของทริปนี้ ก็คงจะเป็นการได้เห็นมามิ เริงร่าลั๊ลลาในทุกๆ กิจกรรม ที่ทางทีมงานจัดสรรมาให้เด็กๆ ได้สนุกกัน และความสุขของพ่อแม่ ก็คงไม่พ้นเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของลูกๆ ที่มาเติมเต็มคำว่าครอบครัว ได้อย่างดีที่สุด
และบล็อกนี้ก็คงจะเป็น บล็อกสุดท้ายที่แม่แหม่มจะได้มาบอกเล่าประสบการณ์ดีๆ หวังว่าทุกๆ บล็อกของแต่ละ MommyBear ในเว็บนี้ จะเป็นประโยชน์ให้คุณแม่ที่เข้ามาอ่าน และคงเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่ส่งต่อให้กับครอบครัวแม่หมี รุ่นต่อๆไปนะคะ และขอขอบคุณทุกคะแนนโหวต และทุกๆ คอมเมนท์ที่มอบให้ค่ะ

มามิ...ไม่โม้ : 23 ส.ค. 2553 09:05


คำพูดคำแรกของเด็กแต่ละคนคงไม่ต่างกัน เด็กจะเริ่มจากสิ่งที่ใกล้ชิดกับตัวเองที่สุด คำแรกของหนูคือ “ปะป๊า” เพราะมามิอยู่กับปะป๊ามากกว่าแม่ ต่อมาเป็นคำว่า “แม่” และ “หม่ำ หม่ำ”สามคำนี้หนูเริ่มพูดได้ตอนช่วง 8 เดือน แม่แหม่มมีเขียน Blog เอาไว้ด้วยนะ
“เด็ก แปดเดือน เรียกป่าป๊าได้แล้ว พอเรียกได้วันๆ ก็เรียกแต่ป่าป๊าๆๆๆๆ จะรู้ไม๊น้า ว่ามันแปลว่าพ่อ เพราะเห็นอะไรก็ป่าป๊าไปซะหมด อ้อ เรียกแม่ได้แล้วด้วย แม่........อย่างดังเลย บอกสถานะการเป็นลูกครึ่งอย่างชัดเจน เพราะหนูเรียกป่าป๊า กับแม่ ไม่ใช่ป่าป๊า กับหม่าม้า”
พอเค้าเริ่มพูดได้แล้วคำพูดอีกหลายคำก็ตามมาเรื่อยๆ แต่จะเป็นตัว ป ปลา กับ ม ม้า ซะส่วนใหญ่ เริ่มจากคนในบ้านก่อน แปะ (อาแปะ) ม่า(อาม่า) จง (อากง) และสัตว์ที่เห็นบ่อย ปา (ปลา) เมี้ยว (แมว) แบร์ (หมี)
อีกคำที่จำได้แม่นและอัดคลิปไว้ด้วยคือ เวลาที่แม่เรียกมามิว่า “มามิจ๊ะ” มามิก็จะตอบว่า “จ๊ะ “ หรือ “จ๋าจ๊ะ” เวลาหนูพูดคำนี้แล้วยิ้มไปด้วย หนูน่ารักที่สุดในโลกเลย
 วัย 8 เดือนหนูพูดได้หลายคำแล้ว มามิถือว่าเป็นเด็กที่พูดได้เร็ว พอมามิเริ่มพูดได้ ปะป๊า และแม่ก็จะขยันพูดกับหนู และทุกครั้งที่พูดคุยกับลูกจะมองสบตาเสมอ และสิ่งที่ทำประจำคืออ่านหนังสือให้หนูฟัง โดยเริ่มจากหนังสือเล่มเล็กๆ ที่หนูจับถนัดมือ มีรูปสัตว์ต่างๆ สองเล่มแรกคือ Pet และ Zoo เปิดอ่านให้ฟังและให้พูดตาม Dog, Cat, Mat, Cow, Duck, Hen, Bird, Bear, Fish
ในตอนแรกๆ หนูจะจำชื่อสัตว์ที่มี 1 พยางค์ได้ก่อน และต่อมาก็จำสองพยางค์ได้ เช่น Panda, Tiger, Lion, Giraffe หนูพูดคำนี้ได้ตอนไปสวนสัตว์และเห็นตัวมันเป็นๆ ยีราฟจะแลบลิ้นอยู่ตลอดเวลา เวลาพูดหนูพูดคำว่า “จียาฟ” หนูจะแลบลิ้นออกมาด้วย ฮามากๆ เลย แล้วเวลาพูดคำว่า "Lion" ก็จะยกมือสองข้างขึ้นมา แล้วทำท่าขู่ ด้วยนะ
จาก หนังสือรูปสัตว์ก็เป็นนิทานสั้นๆ ที่มีคำคล้องจองกันเพื่อให้หนูจดจำได้ง่าย เวลาอ่านจะละพยางค์สุดท้ายไว้ เพื่อให้หนูพูดตาม วิธีนี้ได้ผลมาก ไม่ว่าจะการอ่านนิทาน หรือร้องเพลงจะละพยางค์สุดท้ายไว้ แม่ๆ ที่มีลูกในวัยกำลังหัดพูดลองไปทำกันดูนะคะ ได้ผลยังงัยมาเล่าให้ฟังได้ค่ะ
พัฒนาการด้านการพูดของมามิดีขึ้นมาตามลำดับ พอมารู้ตัวอีกที 1 ขวบ 3 เดือน หนูท่อง A-Z และ ก – ฮ ได้แล้วแม้จะเป็นการท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่แม่ก็แสนจะภูมิใจ 
เสียงเพลง และการร้องเพลงให้ลูกฟัง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของมามิได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันหนูมามิ 1 ขวบ 8 เดือน ไม่ใช่แค่คำพูดแค่ 10 คำ หนูร้องเพลงได้แล้วค่ะ ถึง 10 เพลงแล้วด้วย เพลงชาติหนูก็ร้องได้แล้วนะ
ตอน นี้หนูเริ่มพูดเป็นประโยคได้แล้ว เวลาหนูต้องการอะไรหนูจะพูด และบอกได้แล้ว เช่น แม่ กอบๆ กอบๆ แม่แหม่มก็จะบอกว่าพูดเพราะๆ สิลูก มามิก็จะบอกว่า “แม่จ๋า กอบๆ กอบๆ จ้า” คำว่าแม่จ๋า จะลากเสียงยาวมาก ตอนนี้เวลาหนูอยากได้อะไรมากๆ หนูก็จะพูดเพราะมาก “ปะป๊าจ๋า หนังสือจ้า” “แม่จ๋า ไปเที่ยวจ้า”
“ปฏิบัติการคำนี้เพื่อแม่” มาดูซิว่าหนูมามิมีคำประทับใจมาให้ได้เซอร์ไพรส์ เพราะแม่รู้ว่า ชื่อเหล่านี้จะอยู่เป็นความทรงจำ และเป็นความประทับใจ ของหนูมามิ และครอบครัวของเราตลอดไป ว่าในครั้งหนึ่งเราได้ร่วมกิจกรรมดีๆ กับครอบครัวที่น่ารักทั้ง 9 คอบครัว และได้เจอทีมงานตราหมีที่น่ารักทุกท่าน ที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมา อีกทั้งดูแลเอาใจใส่พวกเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ประทับใจจริงๆ ค่ะ

หนูมามิ ร้อง เล่น เต้นระบำ : 12 ก.ค. 2553 09:01


ตอน นี้มามิเป็นช่วงที่ช่างพูด ช่างจดจำ เอามากๆ ใครพูดอะไรหนูจะพูดตามตลอด พูดทั้งวัน ร้องเพลงทั้งวัน ก่อนนอนก็ร้องเพลง ถึงขนาดต้องขอให้หยุดร้องแล้วบอกหลับได้แล้วกันเลยทีเดียว จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า เอ๊.. เด็กขวบครึ่งคนนี้มันพูดเร็วไป พูดมากไปหรือเปล่าหว่า…
ย้อนกลับไปช่วงที่ตั้งท้อง ทุกคืนก่อนนอนจะร้องเพลง Do-Re-Mi เพลงประกอบของหนังเรื่อง Sound of Music ร้องทุกคืน คืนละ 3 รอบ พอร้องจบก็สวดมนต์ แล้วก็เปิดเพลงช้าๆ ฟังทุกคืนจนหลับไป ตื่นขึ้นมาเพลงก็ยังเปิดอยู่เลย เรียกว่าเปิดยันเช้ากันเลยทีเดียว ที่ร้องเพลงนี้ก่อนนอนทุกคืน แอบคาดหวังว่าพอลูกเกิดมาเกิดงอแงขึ้นมาจะร้องเพลงนี้ให้ฟังเผื่อว่าเค้าจะ หยุดร้องเพราะจำเสียงเพลงได้ (แต่ไม่ได้ผล ยิ่งร้องหนักกว่าเดิมซะงั้น)
พอมามิคลอดออกมา ทุกครั้งที่กล่อมมามินอนก็จะเปิดเพลง Twinkle twinkle little star จาก Dream light รูป Pooh Bear อุ้ม ไปกล่อมไปจนหลับ  พอโตมาอีกนิดก็เปิดเป็นโปรเจคเตอร์ฉายขึ้นไปบนเพดานให้ดู ชอบอกชอบใจใหญ่เลย Dream light อันนี้เลยอยู่คู่กับหนูมาตลอด เพราะก่อนนอนทุกคืนหนูจะเดินไปเปิดเพลง แล้วก็ร้อง เต้นไปด้วยกับเพลงTwinkle twinkle little star ในแบบของหนูเอง “ วิงเก้อ วิงเก้อ ลิเต้อตา พูแบวอนเด้อ วัดยูอา อัพ อะบัฟ มี อัพไฮ…” พอเพลงจบ กลายเป็นเพลงบรรเลง หนูก็ล้มตัวลงนอนทันที แต่ยัง…อย่าได้คิดว่าหลับนะ เปล่าเลย ร้องเพลงช้าง ช้าง ตามด้วย เฮดโจเดอ นี โท นี โท ต่อได้อีก จนแม่ต้องบอกว่านอนได้แล้ว ถึงจะยอมเลิกร้องแต่ก็ยังบ่นต่อพึมพัมๆ จนหลับไปเองในที่สุด
มามิพูดได้ค่อนข้างเร็วหนูเริ่มพูดได้ตอน 8 เดือน อาจจะเป็นเพราะตอนหนูยังเล็ก แม่ใช้หนังสือกระตุ้นให้หนูทำสิ่งต่างๆ แล้วแม่ก็อ่านหนังสือให้หนูฟังมาเรื่อยๆ จนหลังๆ หนูเริ่มพูดได้ อยากจะพูดตามบ้างก็จะอ่าน แล้วเว้นพยางค์สุดท้ายในแต่ละวรรคให้หนูพูดตาม เริ่มจาก ABC ก่อนเลย
แม่แหม่ม : A มามิ : Apple / แม่แหม่ม : B มามิ : Bird / แม่แหม่ม : C มามิ : Cat /แม่ แหม่ม : D มามิ : Dog แล้วก็ตามด้วย แม่แหม่ม : ก. เอ๋ย มามิ : ก.ไก่ / แม่แหม่ม : ข. ไข่ มามิ : ในเล้า /แม่แหม่ม : ข ขวด มามิ : ของเรา 
 มามิเลยท่อง ABC และ ก- ฮ ในแบบของมามิได้ตั้งแต่หนูอายุ 1 ขวบ 3 เดือน เรียกว่าท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองก็ว่าได้ แต่ หนูก็ไม่ได้จำจาก A ไปถึง Z ได้อย่างเดียวนะ เพราะแม่สามารถสุ่มเลือกขึ้นมาได้ด้วย อย่างแม่พูดคำว่า R หนูก็จะตอบว่า Rabbit ได้เลย
ทุกครั้งที่จะสอนอะไรมามิจะใช้หนังสือเป็นตัวช่วย เช่น สอนให้มามิแปรงฟัน ก็จะอ่านหนังสือเรื่องกระต่ายฟันผุให้ฟัง ให้ รู้ว่าถ้าไม่แปรงฟัน ฟันจะผุเหมือนกระต่าย เพื่อนก็ล้อ แม่ก็ดุ ถ้าไม่อยากฟันผุ ต้องไป “แปรงฟัน” สอนมามิให้รู้จัก ขอโทษ ขอบคุณ และสวัสดี ก็ไปซื้อหนังสือเหล่านี้มาอ่านให้หนูฟัง  สอนเกี่ยวกับสัตว์ก็เปิดหนังสือที่เป็นรูปสัตว์ชี้และให้หนูบอกว่าเป็นสัตว์ อะไรบ้าง สัตว์ตัวแรกที่มามิรู้จักและเรียกได้คือ Dog
อีก เรื่องนึงอาจจะเป็นสิ่งที่ขัดใจคุณหมอพัฒนาการเด็ก คือการให้มามิดูทีวี เพราะสังเกตว่าพอเปิดทีวี มามิจะสนใจมาก ก็เลยไปซื้อ DVD สำหรับเด็กทารกมาให้มามิดูคือ Baby Einstein เปิดให้หนูดู ตั้งแต่ห้าเดือน แต่ทุกครั้งจะนั่งดูด้วยกันแล้วจะพูดตาม สอนตามไปด้วย ซึ่งแรกๆ จะให้ดูเกี่ยวกับพวกสัตว์ต่างๆ ยิ่งพอได้พามามิไปเที่ยวซาฟารีเวิลด์ แล้ว กลับมาดูทีวี ยิ่งทำให้หนูชอบใจเพราะหนูได้ไปเห็นตัวจริงมาแล้ว ดูจนหนูร้องเพลง Old MacDonald had a farm พอเพลงมาทีไรก็เต้นตามทุกที
หลังจากที่ดู DVD เกี่ยวกับสัตว์ทุกวันๆ จนหนูเริ่มเบื่อ แม่ก็ให้ดูแผ่นที่เกี่ยวกับอวัยวะในร่างกาย พอดูแผ่นนี้ บ่อยๆ เพลงที่หนูร้องได้อีก 1 เพลงและชอบมากๆ คือ เพลง Head Shoulder Knees and toes ได้ และตอนนี้ก็ชอบร้องมากๆ ด้วย พอบอกว่า มามิ dancing หนูก็จะลุกขึ้นเต้นเพลงนี้ แล้วร้องไปด้วยเลย แต่ร้องไม่ชัด ชี้ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ ร้องและทำท่าทีไรก็จะข้าม Shoulder ทุกครั้ง แล้ว Eyes Ears Mouth Nose ก็จะมากองรวมกันที่หน้าหมด แต่พอชี้ทีจะอันๆ ให้หนูพูดตามก็บอกได้ถูกนะ แต่พอร้องเพลงทีไรมันทำไมชี้ไม่ถูกน้อ
พอเห็นว่าหนูดู DVD แล้วสามารถจำและร้องตามได้แม่ก็เริ่มสอนเพลงให้มามิเอง เริ่ม จากเพลง ชาติไทย เอ้ย…ไม่ช่ายย เพลงช้างก่อนเลย ช้างๆๆ น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า สอนไปไม่กี่ครั้งเอง มามิจำได้และร้องตามได้ด้วย มีหูมีตา หางยาวววว ทำท่าหางยาวได้ด้วยนะ
ในวันที่เข้าร่วม ปฏิบัติการณ์เติบโตสู่โลกกว้าง เสริมสร้างวัยเตาะแตะ ตอน  “ภาระกิจสนุกเรียน สนุกร้อง” งาน นี้จัดที่ สยามพารากอน ก่อนเข้าห้องเรียนบอกมามิ เดี๋ยวไป dancing กัน มามิคึกคักมาก ชูไม้ชูมือทำท่าเต้นตั้งแต่ก่อนเข้าห้องเรียนเลยทีเดียว พอเริ่มเปิดห้องเรียน คณครูให้ระบายสีช้าง และร้องเพลง ช้าง เพลงที่หนูคุ้นเคยแต่หนูออกอาการงงๆ เพราะยังไม่เคยไปเรียนแบบนี้มาก่อนเลย แต่หนูก็ให้ความร่วมมืออย่างดีตอนท้ายๆ มีลุกขึ้นมาเต้นด้วยนะ มามิจะชอบมากเป็นพิเศษตอนที่คุณครูเปิดเพลงแล้วให้มาวิ่งเล่น ปีนป่ายเครื่องเล่นต่างๆ
แต่ พอกลับมาถึงตอนที่เค้าเป่าบับเบิ้ล แล้วให้เด็กๆ วิ่งไล่จับกันตอนนี้มามิกลัว เกาะแม่ไว้ตลอด ไม่ยอมจับเลย ยิ่งตอนเล่นพาราชู้ท คุณครูให้เด็กๆ ลงไปอยู่ข้างใน แล้วให้พ่อกะแม่ หมุนๆ ไปมาอยู่ข้างนอก มามิร้องไห้จ๊ากก ขอขึ้นมาต้องรีบเอาขึ้นกันเลยทีเดียว หันไปมองข้างๆ ปันปัน อองรี และน้องพราว ก็ไม่ยอมเล่นเหมือนกัน ก็เลยอุ่นใจว่าลูกเราไม่ได้ขี้กลัว แล้วแม่อุ๋มก็บอกว่า แรกๆ โทรฟี่ก็เป็นแบบนี้แหละไม่แปลกหรอกพี่แหม่มค่อยโล่งอกไปหน่อย แต่ที่ดีใจสุดๆ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้คือการได้เซ็ทเมืองพี่หมีแสนสนุกทั้ง 15 ตัวกลับมาเล่นที่บ้านด้วย มามิชอบมากๆ เลย
หลัง จากวันนั้นมาก็มีสอนเพลงให้มามิเพิ่มขึ้นอีกหลายเพลง ตอนนี้เพลงที่หนูร้องได้ประจำคือเพลง Head Shoulder Knees and toes เพลงช้าง เพลงจ้ำจี้ผลไม้ ล่าสุดเมื่อเช้านี้เอง แม่สอนเพลงอีกหนึ่งเพลงให้มามิคือเพลง รถตุ๊ก ตุ๊ก มามิชอบมากๆ โดยเฉพาะตอนที่ รถขึ้นสะพาน ลงสะพานแล้วมันกระตุก กระตุ๊ก กระตุก พอแม่ทำท่ารถกระตุกเท่านั้นแหละ หัวเราะเอิ๊กๆ ดังจากห้องอาหารไปถึงชั้นบนกันเลยทีเดียว ร้องให้มามิฟังประมาณห้ารอบได้ ตอนนี้หนูก็เริ่มร้องเพลงนี้ได้นิดหน่อยแล้วค่ะ

สิ่งที่ทำให้มามิจดจำคำและเพลงได้แม่นยำ แม่แหม่มคิดว่าคือการอ่านหนังสือให้หนูฟังตั้งแต่ยังเล็ก การ อ่านหนังสือ พร้อมกับชี้ชวนให้อ่าน ให้ดู พูดคุยไปตลอดเวลา น่าจะเป็นการกระตุ้นให้มามิ รู้จักคำ รู้จักพูด และรู้จักร้องเพลง ยิ่งตอนนี้ได้ฟังเพลงอะไร ก็ทำให้มามิสามารถฮัมเพลง ร้องตาม จับจังหวะ และเต้นตามได้ อย่างสนุกสนาน แถมมามิก็มีอารมณ์ดียิ่งขึ้นด้วย
Head, Shoulders, Knees and Toes,
Knees and Toes
Head, Shoulders, Knees and Toes,
Knees and Toes
And Eyes and Ears and Mouth and Nose
Head, Shoulders, Knees and Toes
Knees and Toes