วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แม่แหม่ม 1 ใน 10 ของ Mommy Bear Bloggers ปี 2 จ้า : Mar 26, '10 6:15 AM

รู้ข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว มีหลายๆ คนมาถามว่าแม่แหม่มชอบเขียน Blog แบบนี้ทำไมไม่สมัคร จริงๆ กว่าจะรู้ข่าวเค้าก็ประกาศผล 10 คนไปแล้ว ไปดูกติกาถึงจะสมัครทันแต่คุณสมบัติก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะตอนนั้น มามิยังไม่ถึง 1 ขวบเลย ก็เลยตั้งใจไว้ว่า ปีหน้าถ้ามีกิจกรรมนี้อีกจะลองสมัครดู

พอมาปีนี้พอเห็นแบนเนอร์ในเว็บ Momypedia ก็คลิกไปอ่านแล้วก็คลิกสมัครไปเลย เค้าบอกหมดเขตรับสมัคร 21 ก.พ. หลังจากสมัครไปเรียบร้อยก็ยังมีข้อความหลังไมค์ จาก bloggang และ multiply ส่งมาหลายๆครั้งเชิญชวนให้ไปสมัครกิจกรรมนี้อีก ชักไม่มั่นใจว่าที่เราเคยคลิกส่งไปจะถึงป่าวน้อออ ก็เลยส่งไปอีกรอบสรุปครั้งนี้ส่งไปสองรอบแน่ะ

 
แม่ใส่หมวกที่เค้าแจกตอนไปสัมภาษณ์ตอนไปเที่ยวหัวหินเลยนะ โปรโมทสุดๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะได้หรือเปล่า

ช่วงต้นเดือนมีนาจำไม่ได้ว่าวันจันทร์ที่ 2 หรืออังคาร 3 คุณหนุ่ยทีมงาน MB โทรมาบอกว่าให้แม่แหม่มไปสัมภาษณ์ที่ Central World ให้เลือกว่าจะไปวันไหนบ้าง ระหว่างวันศุกร์ที่ 5 ถึงวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม

ส่วนเวลาสามารถเลือกได้ตั้งแต่ 9 โมงถึง 4 โมงเย็น แม่แหม่มก็ตอบไปเลยว่าขอเป็นวันเสาร์เวลาประมาณ 11 โมง ทางคุณหนุ่ยก็บอกได้ค่ะ แล้วจะโทรมาคอนเฟิร์มอีกครั้ง โดยให้รายละเอียดว่าในวันที่ไปสัมภาษณ์ให้พาน้องมามิไปด้วยเพราะจะมีการถ่ายรูปด้วย ให้แม่แหม่มและมามิใส่เสื้อผ้าโทนสี ขาว เหลือง ทอง

วันเสาร์ที่ 6 มีนาคมก็ไปถึงที่ Central World ก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง โดยขึ้นไปชั้นที่ 43 เป็นออฟฟิศของ Nestle ไปถึงลงชื่อเสร็จทีมงานก็พาเข้าไปรอในห้อง เข้าไปเห็นมีกระบะบอลใหญ่ๆ อยู่ ไม่เห็นมีเด็กๆ อยู่เลย มีแต่พี่ๆทีมงานนั่งกันอยู่ พี่ทีมงานบอกว่ามีแม่ๆ เพิ่งกลับไปได้ซักพักเอง มามิเห็นลูกบอลเยอะๆ ก็ตื่นตาตื่นใจ แม่ก็อุ้มหนูลงไปในกระบะบอล นั่งเล่นลูกบอลสีๆ สนุกไปเลย ทั้งกล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวีดีโอก็มารุมถ่ายหนู พี่ๆ ก็มากันมายืนมองเป็นดาวเลยทีนี้มามิ เพราะมีหนูอยู่คนเดียว แม่หยิบลูกบอลสีเขียวแล้วถามมามิว่าลูกบอลสีอะไร มามิตอบสีเขียว พี่ๆ ทีมงานชมใหญ่เลยว่าเก่ง พอหยิบสีอื่นมาก็ตอบสีเขียวๆ หมด 5555+ สรุปเค้ารู้กันหมดเลยว่าหนูพูดสีเขียวได้สีเดียว

เล่นกับมามิได้ซักพักเค้าก็เรียกแม่เข้าไปสัมภาษณ์แอบตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนไปก็มีแอบไปถามเมย์มาว่าปีที่แล้วที่เพื่อนเมย์ได้ไปสัมภาษณ์เค้าถามคำถามอะไรบ้างก็พอรู้มาคร่าวๆ เข้าไปในห้องโอ้ ทีมงานเยอะมากๆ เลย นี่ทุกคนจะสัมภาษณ์เราหมดเลยเหรอเนี่ยประมาณ 8 คนได้มั๊ง ก็มีเล่าเรื่องที่มาของชื่อน้องมามิ เล่าเรื่องเกี่ยวกับตุ๊กตาดารุมะให้ทีมงานฟัง แล้วก็มีคำถามเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของลูก กิจกรรมที่ทำร่วมกันในแต่ละวัน วางแผนไว้ว่าอยากจะให้ลูกเข้าโรงเรียนอะไรที่ไหน น้องกินนมอะไร เขียน blog ที่ไหนบ้าง ไปเข้าฟังอบรม สัมนาเกี่ยวกับลูกที่ไหนบ้าง มีคุยกับแม่ๆ แกงค์ไหน ที่ไหนบ้าง ประมาณนี้ ไม่รู้ว่าสัมภาษณ์ยาวนานแค่ไหน รู้สึกว่าแป๊บเดียวเอง

ตอนออกมาถามป๊าหนูว่ารอนานหรือเปล่า ป๊าหนูบอกว่านานเหมือนอยู่ เล่นกับลูกรอนานเลยอ่ะ ตอนกำลังจะเดินไปสัมภาษณ์ก็มีคุณแม่อีกท่านพาลูกเข้ามา แล้วพออกจากห้องสัมภาษณ์ก็เจอมี้ชุพาน้องพราวมาสัมภาษณ์ด้วย  เย้ๆ เจอคนรู้จักแล้ว ตอนนี้ในห้องมีเด็กๆ หลายคนเล่นกันสนุกสนานไปเลย ออกทีมงานก็ขอเก็บภาพพ่อกับแม่เล่นกับมามิ แล้วมีให้หอมแก้มกัน มามิพอมีเพื่อนเยอะๆ เลยสนุกใหญ่ไม่ยอมกลับบ้าน ก็เลยปล่อยให้หนูเล่นกับเพื่อน ซักพักใหญ่ๆ ก็พาหนูกลับ เพราะได้เวลากินข้าวกลางวันแล้ว ก่อนกลับแวะร้านมอสเบอร์เกอร์ซื้อกลับไปกินที่บ้านกลับถึงบ้านป้อนข้าว พามามิเข้านอน เย็นๆ ก็พาไปแอโรบิกที่สวนลุม

ตอนไปสัมภาษณ์ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเข้ารอบ 30 คน เห็นเค้านัด 3 วันคิดว่าคงต้องสัมภาษณ์เป็นร้อยๆ คนแน่ๆ เลย มารู้ตอนหลังจากมี้ชุว่า เค้าคิดจาก 300 เหลือ 30 คน รู้แค่นี้ก็ดีใจมากๆ แล้ว ติด 1 ใน 30 ก็ถือว่าสุดยอดสำหรับแม่แหม่มแล้วค๊าา

 
แม่ไม่ได้เอากล้องไป เลยเอาไอโฟนถ่ายรูปมามิมาแค่นี้เองตอนวันไปสัมภาษณ์

สายๆ วันจันทร์ที่ 15 มีนา. คุณหนุ่ยโทรมาหาแม่อีกรอบตอนนั้นเรายังอยู่กันที่หัวหิน ถามว่าน้องมามิดื่มนมตราหมีที่ให้ไปหรือยัง แม่ก็ตอบว่ายังเลย แต่ก็เคยให้มามิทานก่อนหน้านี้เป็นกล่องขนาดทดลองก็ทานหมดเลย แล้วเป็นกล่องแบบ UHTมามิก็ดื่มตราหมีนี่แหละก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย คุณหนุ่ยก็บอกว่าถ้ากลับไปบ้านลองให้มามิทานมที่แจกไปด้วยนะคะ แม่ก็รับปาก พอวันอังคารกลับมาถึงบ้านก็ให้หนูดื่มตราหมี หนูก็กินได้ไม่มีปัญหา ท่าทางจะชอบซะด้วยสิ นมยี่ห้ออื่นปกติ กินได้แค่ทีละ 4 ออนซ์ แต่พอชงตราหมีให้กิน 4 ออนซ์ไม่พอขอเพิ่มอีก จนพ่อหนูแซวว่ากลัวเค้าให้กินโชว์หรืองัยกินใหญ่เลยเจ้ามามิ

วันจันทร์ตอนคุณหนุ่ยโทรมาก็ถามว่าจะประกาศผลวันไหน คุณหนุ่ยบอกว่าทราบไม่เกินวันพุธ จะเข้ารอบ 10 หรือเปล่าน๊าา แอบลุ้นนิดๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าหวังมาก เคยไปเห็นแม่ๆ หลายๆ คนเขียน blog ในพันทิพ แต่ละคนเขียน ได้สุดยอดมากๆ เขียนกันเก่งจริงๆ ละเอียดยิบ รูปประกอบสวยงาม ยิ่งบางคนรีวิวเรื่องท่องเที่ยว เมนูอาหารลูกงี้ สู้ไม่ได้จริงๆ ถ้าแม่ๆ พวกนี้เข้ารอบเหมือนกันนะก็ ข้าน้อยขอยอมแพ้จริงๆ นับถือๆ

วันพุธยังคงลางานอยู่บ้านกับมามิ แอบลุ้นอยู่ที่บ้านแหละ โทรศัพท์วางไม่หางกายเลย ดังขึ้นมาเมื่อไหร่ แสดงว่ามีข่าวดีแน่ๆ ผ่านไปจนถึงสี่โมงเย็น ก็เริ่มรู้แล้วว่าไม่ได้แน่ๆ ถ้าได้ป่านนี้คงโทรมาบอกแล้ว จริงๆ ก็ทำใจไว้แล้วแหละว่าคงไม่ได้แน่ๆ แต่ก็แอบมีหวังนิดๆ ห้าโมงครึ่งเสียงโทรศัพท์ดัง คุณหนุ่ยโทรมา ดีใจด้วยนะคะ แม่แหม่มได้เข้ารอบค่ะ กรี๊ดดดดดด ดีใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะได้ ในที่สุดแม่ก็เข้ารอบจนได้จ้าาาา ต้องขอบคุณหนูจริงๆ ที่แม่ได้เข้ารอบแม่เชื่อว่าเป็นเพราะ ความน่ารักของมามินี่แหละ เพราะความน่ารักของหนู แม่จึงได้มีเรื่องราวต่างๆ เขียนบันทึกไว้ใน blog งัยล่ะคะ

จากนี้ไปครอบครัวของเราก็จะได้ทำกิจกรรมสนุกๆ กับอีก 9 ครอบครัว โดยกิจกรรมแรกจะเริ่มในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ที่โรงแรม Pullman ค๊าาา ตื่นเต้นจังเลย จะได้เจอครอบครัวแม่หมีคนใหม่ 9 ครอบครัว แล้วยังจะได้เจอครอบครัวแม่หมี ปีที่แล้วอีก 10 ครอบครัว โดยที่เราต้องแต่งกาย ขาว เหลือง ทอง ทุกครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม


Schedule Activity Mommy Bear Blogger

28 Mar 2010           9.00 - 14.00 Orientation แนะนำกิจกรรม MommyBear Blogger ปี 2 -  โรงแรม Pullman ห้อง Beta 1-2 ชั้น 2

24 Apr 2010           8.00 - 12.30 Trainning Blog (เฉพาะคุณแม่) - Office Nestle

27 Apr 2010           Grand Openning - Emporium

8 May 2010           9.00 - 12.00 Trainning - Yoga Sutra

26 Jun 2010           9.00 - 14.00 Trainning - Office Nestle

17-18 Jul 2010       Trip - ยังไม่กำหนดสถานที่

ตอนนี้หมี 10 คน ได้ส่งเมล์แนะนำตัว แอด FB และ MSN กันเรียบร้อยแล้วค่ะ

1.แม่เอ๋กับน้องบีบี (32 / 1.6)
2.แม่อุ๋มกับน้องโทรฟี่ (30 /2.9)
3.แม่แหม่มน้องมามิ (37/1.3)
4.แม่เอมี่ของน้องปันปันกับน้อง เอมิ (33/ 2.7 / 0.45)
5.แม่ปุ้ยกับน้องน้ำ ( 31 / 1.2 )
6.แม่พิ้งค์กับน้องพีค ( 30 / 1.6 )
7.แม่ตุ๊กตากับน้องแต๊งกิ้ว ( 30 / 1.5 )
8.แม่ชุกับน้องพราว (37/1.4)
9.แม่ปุ๊กกับน้องปริม ( 30 / 1.4 )
10. แม่ออมกับน้องอองรี (32 /2.1 )

ตอนแรกคิดว่าแม่แหม่มแก่กว่าใคร  แต่ แต่ แต่ แต่ มีเพื่อนอีกแล้ว มี้ชุ แก่เท่ากันเลย แล้วเจอกันนะคะ ^_^

****สิงที่สำคัญที่สุดคือของกิจกรรมนี้คือการเขียน blog แล้วให้ทุกคนมาโหวต พอถึงเวลาเปิดให้โหวต แม่แหม่มคงต้องขอแรง น้าๆ ป้าๆ พี่ๆ แฟนคลับของมามิรวมพลังช่วยกันด้วยนะคะ*****

A-Z ในแบบของมามิ 1 ขวบ 3 เดือน Mar 20, '10 11:23 AM




แม่แหม่ม : A
มามิ : Apple

แม่แหม่ม : B
มามิ : Bird

แม่แหม่ม : C
มามิ : Cat

แม่แหม่ม :D
มามิ : Dog

แม่แหม่ม : E
มามิ : Egg

แม่แหม่ม : F
มามิ : พัดลม (ไม่พูดว่า Fan)

แม่แหม่ม : G
มามิ : แพะ (ไม่พูดว่า Goat)

แม่แหม่ม : H
มามิ : กุ๊กไก่ (ไม่พูดว่า Hen)

แม่แหม่ม : I
มามิ : Icecream

แม่แหม่ม : J
มามิ : Jacket ตอนแรกจะจำำได้หลังๆ จะสับสนระหว่าง J กับ K พอแม่พูด J หนูจะรีบพูดว่า จุนแจ ก่อนเลย

แม่แหม่ม : K
มามิ : กุญแจ (ไม่พูดว่า Key)

แม่แหม่ม : L
มามิ : Lion พร้อมยกมือขึ้นทำท่าประกอบ

แม่แหม่ม : M
มามิ :  Monkey

แม่แหม่ม : N
มามิ : จมูก (ไม่พูดว่า Nose)

แม่แหม่ม : O
มามิ : ส้ม (ไม่พูดว่า Orange)

แม่แหม่ม : P
มามิ : Pig

แม่แหม่ม : Q
มามิ : ราชินี (ไม่พูดว่า Queen)

แม่แหม่ม : R
มามิ : Rabbit

แม่แหม่ม : S
มามิ : ถุงเท้า พร้อมเอามือจับเท้า (ไม่พูดว่า Sock)

แม่แหม่ม : T
มามิ : Tiger

แม่แหม่ม : U
มามิ : เงียบ แต่พอบอกว่า Umbrella มามิยกมือทำท่ากางร่ม

แม่แหม่ม : V
มามิ : รถตู้ (ไม่พูดว่า Van)

แม่แหม่ม : W
มามิ : หนอน หนอน หนอน (ไม่พูดว่า Worm) หรือบางทีก็พูดคำว่า ติ๊กตอก (Watch)

แม่แหม่ม : Y
มามิ : เงียบ สงสัยจะพูดคำว่า Yellow ไม่ได้

แม่แหม่ม : Z
มามิ : Zip

ตอนเริ่มสอนแรกๆ ก็จะเิปิดหนังสือไปชี้ให้ดูไปด้วย แล้วก็จะสอนประมาณว่า A - Apple - แอปเปิ้ล, B - Bird - นก, C - Cat - แมว คงเป็นเพราะสอนแบบนี้มั็๊งเลยจำมั่วไปหมด ตอนนี้ไม่ต้องเปิดหนังสือแค่พูดออกมา มามิก็พูดตามได้เลย

แล้วเวลาพูดไม่ต้องเรียก็ได้ใช้แบบ Ramdom ได้เลย M - Monkey, R - Rabbit แต่ Q เนี่ยสิ หนูจะพูดว่า Queen จะไม่ง่ายกว่าเหรอ ยังจะอุตสาห์พูดคำว่า ราชินี แต่พูดไม่ชัด ทำจมูกย่นๆ พูดว่า ยายิยี

ทุกเช้ามามิตื่นขึ้นมาจะเรียกหาหนังสือ A-Z ก่อนเลย เอามาเปิดอ่านชี้ดู พออ่านจบก็ขอ กบ กับผีเสื้อต่อเลย กบผีเสื้อเป็นหนังสือสามมิติ ที่มี้มดให้มาตอนไปมีทติ้งกัน สองเล่มนี้มีประโยชน์มากๆ จริงๆ ต้องขอบคุณมี้มดจริงๆ ที่ให้หนังสือดีๆ แบบนี้มาค่ะ

 
ตอนนี้ไม่ต้่องเปิดหนังสือแม่พูดขึ้นมามามิพูดตามได้ตรงประโยคท้าย เช่น

แม่แหม่ม : บึงใหญ่หน้าบ้าน เสียงอะไรกังวานดังไปทั่ว
มามิ : อ๊บ อ๊บ

ในบึงนั้นมีไข่เล็กเม็ดใส เกาะตัวใต้ใบ ลอยเป็นแพ
มามิ : ปริ่มน้ำ

แม่แหม่ม : สามวันผ่านไข่นั้นเปลี่ยนร่าง หัวโตหางยาว มองคล้ายลูกปลา เรียกว่า
มามิ : อ๊อด อ๊อด (ลูกอ๊อด)


อีกเล่มที่ชอบก็จะเป็นนิทานคำกลอน คุณพยาบาลให้มา หนังสือชื่อ ตั้งไข่ล้ม มามิอยากได้เล่มนั้นก็จะุพูดว่าล้ม แล้วจำได้ว่าหน้าไหนเกี่ยวกับอะไร เปิดไปพูดว่า จี้ๆ ก็คือเรื่อง จ้ำจี้ผลไม้


แม่แหม่ม : ไก่กุ๊ก กุ๊กไก่ เลี้ยงลูกมาจนใหญ่ไม่มีนมให้ลูก
มามิ  : กิน

แม่แหม่ม : ลูกร้อง
มามิ : เจี๊ยบๆ

แม่แหม่ม : แม่พาเลียบไป
มามิ : คุ้ยดิน

แม่แหม่ม : ทำมาหากิน ตามประสา
มามิ : ไก่เอย

ความสามารถอีกอย่างของมามิ คือ นับ 1 - 5 เป็นภาษาอังกฤษได้ละ

พูดชัดมากๆ : ฮัน ตู ตี โป ปายยยย
คลิปที่อัดมาจะเป็นคลิปที่มามิท่อง A-Z โชว์ พอมีคนชม คนดูมากๆ สมาธิกระเจิงมีบางตัวจำผิดจำถูก แต่ถ้าท่องได้หมดรวดเดียวจบก็ทำได้แต่ไม่ได้อัดคลิป เพราะพอยกกล้องมามิก็จะมาแย่งกล้องไม่ยอมพูดซะงั้น

มาดู A-Z เฮฮา แบบมามิกันนะคะ

ทริปหัวหินกับมามิผู้ตื่นทราย Mar 19, '10 1:08 PM


วันลาพักร้อนปีที่แล้วของแม่แหม่มเหลืออยู่ 6 วัน แล้วต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนี้ เลยตัดสินใจลางานติดกัน 3 วัน จันทร์ถึงพุธ รวมเสาร์ อาทิตย์แล้วก็เป็น 5 วัน

(เสาร์ที่ 13 มี.ค.)
เนื่องจากช่วงนี้การเมืองร้อนระอุ ม็อบเต็มเมือง การไปหัวหินก็เหมือนได้โอกาสหนีม็อบไปทะเลซะเลย แต่ภาระกิจก่อนไปเที่ยวหัวหินคือต้องไปงานรักลูกที่ เมืองทองธานี ไม่ใช่อะไรหรอก เห็นเค้าว่ามีรองเท้ากับโป๊ะโกะลดราคา มีของ Sale ที่ไหนไม่ได้โดยเฉพาะของลูกต้องรีบไปสอย ออกจากบ้านไปถึงงานรักลูกก็ปาเข้าไปเที่ยงละ

เตรียมอาหารไปให้มามิด้วย พอไปถึงก็ไปนั่งที่ร้านอาหารจัดการป้อนข้าวป้อนน้ำมามิเสร็จก็ไปลุยงานเลย คนเยอะมาก เริ่มจากหาตอนไปถึงหาที่จอดรถได้ยากสุดๆแล้วได้ไปจอดไกลมากๆ เลย พอเข้าไปถึงในงาน ตามคาด งานจัดใหญ่ คนเยอะสุดๆ ไปถึงพามามิเดินไปหารองเท้าก่อนเลย แต่ถ้าเดินไปพร้อมกันสามคนเห็นท่าจะไม่ไหวเพราะมามิอยากจอดดูโน่นดูนี่ แล้วอยากให้ลูกได้ไปเล่นตามจุดที่เค้าจัดไว้ให้เด็กๆ ได้เล่นด้วย

 

เลยพามามิไปหาน้าสน ไปรับบัตรคิวเพื่อรอถ่ายรูปส่งเข้าประกวดก่อน น้าสนบอกรอประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นปะป๊าหนูก็เลยแยกไปเดินดูรองเท้าส่วนแม่ก็พาหนูไปเล่นที่บูธ Free Play ของรักลูกก่อนเลย มามิชอบบูธนี้มากๆ มีอะไรแปลกๆ ให้เล่นเยอะเลย ได้ส่องดู ได้ดึง ได้โยก ได้เคาะถ้วย ถัง กาละมัง หม้อเลยเข้าไปเล่นสองรอบเลยทีเดียว

จากบูธรักลูกก็พาไปเล่นที่บูธของนมตราหมีต่อ เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน มามิปีนขึ้นปีนลงบันไดไปมาไม่มีเบื่อ แม่ก็ปล่อยให้หนูเล่นไปดูหนูไปซักพักปะป๊าก็มาตามเลยลองเดินไปหาน้าสนถึงคิวหนูถ่ายรูปพอดี เจอลุงน้ำอีกแล้ว พอจับหนูวางลุงน้ำก็กดไม่ยั้งเลยทีเดียว งานนี้ไม่ต้องมีหลอกล่อให้ยิ้มกันเลยทีเดียว เพราะหนูคุ้นเคยกะกล้องกะลุงน้ำแล้ว หลังจากถ่ายรูปเสร็จระหว่างรอปริ้นรูปก็ ไปลองรองเท้า ได้รองเท้าคอมบิสีฟ้ามา 1 คู่

ระหว่างที่เลือกรองเท้าอยู่ก็มีแฟนคลับมามิเข้ามาทักทายชื่อคุณตุ้มบอกว่าชอบน้องมามิและติดตาม blog ของแม่แหม่มในพันทิพคุณตุ้มเล่าว่าชอบน้องมามิมาก ก็เลยเอารูปให้สามีดูสามีก็ชอบด้วย พอมาเจอกันที่งานนี้สามีก็บอกว่าให้เข้ามาทักเลย ต้องขอขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่จำน้องมามิได้ และติดตามอ่าน blog ของแม่แหม่มมาตลอดพอได้รองเท้าก็กลับมาหาน้าสนมารับรูปเสร็จ ไปซื้อโป๊ะโกะแล้วก็เดินทางต่อไปหัวหินเลย
 
พอขึ้นรถได้ซักพักหนูก็หลับเพราะเป็นเวลานอนของหนูพอดี แต่คนที่แย่สุดๆ คือปะป๊าของหนู เพราะเวลานอนของหนู คือเวลานอนของปะป๊าเช่นกัน ความทรมาณของปะป๊าหนูคือขับรถไปหาวไป จนแม่ต้องชวนคุยไปตลอดทาง เข้าเพชรบุรีมามิก็ตื่น ก็เลยแวะบิ๊กซีเพชรบุรี ปะป๊าหนูหากาแฟกิน ส่วนแม่กับมามิก็หาไอติมกินกัน แล้วเดินช้อปซักพักก็ออกเดินทางต่อ ไปถึงตลาดหัวหินก็ค่ำแล้ว ปะป๊าให้แม่กะมามิลงไปเดินก่อนแล้วขับไปหาที่จอดรถ

ป่ะป๊าหายไปพักใหญ่ก็โทรมาบอกว่าจะซื้ออะไรให้รีบซื้อจะได้ขับรถวนไปรับ เพราะหาที่จอดรถไม่ได้เลย คนเยอะจริงๆ เลยวันนี้ คงเพราะมีงานเทศกาลว่างนานาชาติด้วย แล้วคนก็หนีม็อบมาด้วยมั๊ง แม่ก็เลยต้องกระเตงมามิไปซื้อโจ๊ก 3 ถุง ระหว่างรอโจ๊กคนขายโจ๊กก็ตักไปเล่นกะมามิไป ชมไม่ขาดปากว่าน่ารักๆ แม่ก็อยากจะบอกว่ารีบๆ ตักนะคะจะรีบไป แต่ก็ไม่กล้าบอก ได้แต่ยืนยิ้มๆ ซื้อโจ๊กเสร็จแล้วระหว่างที่ยืนรอปะป๊าหนูมารับก็มีคนชี้ชวนกันดูมามิ มีแต่คนชมว่าหนูเหมือนตุ๊กตา แล้วก็มีคนมาขอถ่ายรูปหนูอีกแล้ว มามิก็ยิ้มให้เค้าถ่ายรูปตามเคย ดาราหน้ากล้องจริงๆ เล้ยยัยคนนี้

กว่าจะไปถึงคอนโดก็เกือบสองทุ่มหนูคงหิวมาก กินโจ๊กไปครึ่งชามเลย เย็นนี้ปะป๊ากับแม่ก็เลยต้องสั่งอาหารจากห้องอาหารข้างล่างขึ้นมากิน วันนี้ที่คอนโดในส่วนที่เป็นโรงแรมมีแขกมาสัมมนากันกลุ่มใหญ่ มีกิจกรรมร้องคาราโอเกะกันเสียงดังเลย กว่าจะเงียบกันได้ก็ดึกเลยทีเดียว แต่ไม่มีปัญหามามิหลับได้สบายมาก

(อาทิตย์ที่ 14 มี.ค.)
 
ตื่นเช้ามาพามามิไปเดินเล่นข้างล่าง ชมนก ชมไม้ ดูน้ำทะเลไป แต่ไม่ได้ลงเล่นน้ำ เพราะน้ำขึ้นสูงจนไม่เห็นหาดทรายเลย แล้วก็กลับขึ้นมานั่งๆ นอนๆ อยู่บนห้อง พอเที่ยงก็พากันออกไปที่ Market Village พามามิไปกินไข่ตุ๋นฟูจิ เสร็จแล้วก็ไปเดินโลตัส และนั่งกินไอติมแล้วก็ขับไปดูว่าวเค้ามีเทศกาลว่าวนานาชาติที่ค่ายนเรศวร ชะอำ ขับไปมามิก็คุยกับแม่ไปตลอดทาง พอเลี้ยวเข้าประตูค่ายปุ๊บ หนูก็คอพับหลับไปเลย เป็นแบบนี้ทุกครั้งเลย ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามพอถึงที่หมายปุ๊บมามิจะหลับทันที จำได้ตอนนั่งเครื่องบินครั้งแรกไปเชียงใหม่ไม่หลับเลย พอล้อแตะพื้นปุ๊บหลับทันทีให้มันได้อย่างนี้สิแม่สาวน้อย
แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นเวลานอนของหนูพอดีก็เลยต้องจอดรถให้หนูนอนก่อน ปะป๊ากับแม่ก็ได้แต่นั่งอยู่ในรถดูว่าวไปพลางๆ ก่อน แม่บอกให้ปะป๊าทิ้งแม่กะหนูไว้ในรถแล้วเดินไปถ่ายรูปก็ไม่ยอมไป จะนั่งอยู่ด้วยกัน ป๊ะกะแม่ก็เลยต้องนั่งคุยกันไประหว่างรอหนูตื่น แต่ดูแล้วท่าจะตื่นยากพอนอนได้ครึ่งชั่วโมงก็จัดการปลุกหนูขึ้นมาไปดูว่าวกัน มีว่าวแปลกๆ เยอะเลย มีทั้งหมีแพนด้า จรเข้ เสือ ปลาหมึก กระเบน...มามิชอบมากๆ เลย แต่แดดร้อนมากๆ ฝุ่นก็เยอะ เดินไปได้ซักพัก ลยต้องหาที่นั่งรอ แล้วปล่อยให้ป๊าหนูเดินถ่ายรูปไป



แม่พามามิมาหัวหินตั้งใจจะพาหนูเล่นน้ำทะเล พาหนูเดินเหยียบทราย แต่นี้ก็ปาเข้าไปเย็นวันอาทิตย์ ยังไม่ได้เหยียบทรายเลย จากชะอำก็เลยต้องรีบขับกลับไปคอนโด ไปถึงคอนโดรีบเปลี่ยนชุดลงมาเล่นน้ำทะเลเพราะใกล้ค่ำแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้วด้วย แม่อุ้มมามิมาถึงชายหาด ก็จับหนูวางกะทรายแล้วรีบหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย พอหนูเหยียบทรายเท่านั้นแหละ หนูนิ่ง อึ้ง งงไปเลยทีเดียวซักพักก็เบะ ร้องไห้เลย ซักพักแม่เดินห่างออกไปมามิก็เดินตามไปร้องไห้ไป โดนแม่แกล้งอีกแล้วเจ้ามามิเอ้ยยย

วันนี้ยังไม่ได้เล่นทรายลมแรงมากๆ ก็เลยพาหนูลงน้ำทะเลเลย มามิชอบมากๆ หัวเราะชอบใจเวลาแม่อุ้มกระโดดหลบคลื่น แต่เล่นได้ไม่นานเพราะตะวันลับไปแล้วลมก็แรงหนูหนาวจนตัวสั่น ก็เลยต้องรีบห่อตัวแล้วพาหนูกลับขึ้นห้อง เย็นนี้ก็เลยต้องสั่งอาหารจากร้านอาหารข้างล่างขึ้นไป กินบนห้องเหมือนเดิม ไม่ได้ออกไปทานอาหารทะเลอร่อยๆ ที่ไหนตามเคย


(จันทร์ 15 มี.ค.)
 
พ่อหนูตื่นแต่เช้าพาหนูไปเดินเล่นข้างล่างกันสองคนพ่อลูก แม่มองลงมาจากข้างบนเห็นกำลังถ่ายรูปลูกสนุกกันไปเลย พอสายมาอีกนิดก็พาหนูไปเดินป่าชายเลนที่ วณอุทยานปราณบุรี อยู่เลยคอนโดเราไปนิดเดียวเอง ขับรถไปไม่ถึงห้านาทีก็ถึง ไปคราวนี้เห็นปูเยอะเลย แรกๆ มามิก็สนุกกับการได้ชมต้นไม้ จับใบไม้ ดูปู เดินไปไม่ถึงครึ่งทางซบไหล่ปะป๊าหลับซะงั้น เพิ่งจะ 10 โมงเอง ปกติมามิจะนอนกลางวันประมาณ 11 โมงครึ่ง วันนี้ทำไมนอนเร็วก็ไม่รู้สงสัยอากาศจะร้อนไปเลยเพลียก็เลยต้องรีบพากลับมานอนที่คอนโด

มื้อกลางวันวันนี้ก็ทานกันที่คอนโด สรุปทริปนี้ไม่ได้ไปทานอาหารข้างนอกเลย ทานกลางวันเสร็จก็นั่งๆ นอนๆ กันอยู่ในห้องรอเวลาเล่นน้ำอีกรอบ เพราะเมื่อวานเล่นน้ำยังไม่ทันสนุกเลยก็ต้องรีบขึ้น พอบ่ายสามแดดเริ่มลับ เงาของตึกมาลงมาบังตรงสระว่ายน้ำพอดี แดดไม่มีก็ได้เวลาสองแม่ลูกลงสระว่ายน้ำกัน

มามิมีความสุขกับการได้เล่นน้ำมากๆ หัวเราะร่าเลย เล่นน้ำในสระจนเบื่อแล้วก็ไปลงเล่นน้ำทะเลกันต่อ พออุ้มมามิจับลงนั่งบนทรายหนูก็กำทรายขึ้นมาดูแบบงงๆ กำปล่อยๆ อยู่นั่นแหละ แม่ก็เลยเอาทรายมากองๆ ให้ดู เอามาถมบนขาหนูทั้งสองข้างหนูก็ง่วนขุดทรายออกจากขา เล่นทรายได้ซักพักก็พาหนูลงเล่นน้ำทะเล คลื่นแรงมากๆ หนูไม่กลัวเลยหัวเราะเริงร่า แอบกินน้ำทะเลไปเยอะเลย วันนี้แอบกินทั้งน้ำในสระว่ายน้ำ และน้ำทะเล 

หลังจากเล่นน้ำกันเสร็จก็อาบน้ำแต่งตัวขับรถกลับบ้าน มาถึงบ้านก็ทุ่มกว่าๆ แล้วได้เวลาอาหารเย็นพอดี ทริปนี้รู้ว่ามามิสนุก เพราะเค้าโตขึ้นเยอะ แล้วได้รู้ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ด้วย ไว้เดือนหน้าแม่พาไปเที่ยวอีกนะจ๊ะ


ความตั้งใจของแม่ : พามามิไปแอโรบิกสวนลุมทุกวันเสาร์ Mar 9, '10 11:18 AM

เมื่อวันตรุษจีนที่ผ่านมานัดกับเมย์แม่น้องมาร์กไปถ่ายรูปเด็กๆ กันเล่นๆ ที่สวนลุม ถือโอกาสพาเด็กๆ มาวิ่งเล่นสนามหญ้าเขียวๆ ด้วย เมย์พูดขึ้นมาว่า "ที่นี่ดีจังเลย กว้างขวาง ร่มรื่น คนไม่พลุกพล่าน ถ้าใกล้บ้านเมย์ เมย์จะพาลูกมาทุกวันเลย"

ทำให้แม่แหม่มฉุกคิดขึ้นมาเลยว่าเออจริงสินะ ที่นี่ใกล้บ้านเรามาก และมาได้ง่ายมาก ทำไมเราไม่พาลูกมาบ่อยๆ นะ ตั้งแต่วันนั้นมาเลยตั้งใจไว้เลยว่า แม่จะพามามิมาเดินเล่น เต้นแอโรบิกที่สวนลุมทุกวันเสาร์ ทำไมต้องเป็นทุกวันเสาร์น่ะเหรอ ก็เพราะว่าวันธรรมดาแม่ต้องทำงาน กว่าจะเลิกงานกลับถึงบ้าน ก็มืดแล้ว แล้วแม่ก็นิสัยไม่ดี หลังจากลูกหลับ ก็แอบมานั่งเล่นเน็ตซะดึกทุกวัน เลยตื่นแต่เช้าพาลูกไปไม่ได้อีก

จริงๆ บ้านเรากับสวนลุมมันก็ไม่ได้ใกล้มากขนาดเดินไปได้ ต้องเดินไปขึ้นรถใต้ดินประมาณครึ่งกิโล นั่งรถใต้ดินไปสองสถานี ก็ถึงสวนลุมเลย ปัญหาคือแบก วัตถุ 9 กิโลเดินไปกลับนี่แหละ จะเอารถเข็นไปก็เกะกะรุงรัง ไหนจะลูกไหนจะของ ทางเดินก็ไม่ค่อยจะดี ฟุตบาทบ้านเราก็รู้กันอยู่ อุ้มไปสะดวกสุด

จริงๆ ก่อนหน้านั้น พ่อกับแม่ ก็เคยพาหนูไปเดินเล่น สองสามครั้งนะ ตอนนั้นหนูยังเดินไม่ได้ ถ้าไปกันสองคน เอารถเข็นไปมันก็ไม่ลำบากนะสบายๆ ช่วยกันอุ้มลูก ช่วยกันถือของ แล้วได้เก็บภาพสวยๆ มาเยอะเลยด้วย ถ้าไม่ได้ไปเดินเล่นสวนลุม เย็นวันอาทิตย์วันไหนไม่ว่ายน้ำ ก็จะพาหนูไปเดินที่สนามหญ้าที่บ้านลาดพร้าว  ก็ยังดีที่ได้พาลูกไปเดินดูต้นไม้ ใบหญ้าเขียวๆ บ้าง

 
แม่แหม่มพามามิไปเดินเล่นสวนลุมด้วยกันสองคนครั้งแรกเป็นวันเสาร์ที่  21 พ.ย. ปีที่แล้ว ตอนนั้นมามิยังเดินไม่ได้แม่ก็จับมามิวาง แล้วให้นั่นเล่นบนหญ้า ใช้มือถือถ่ายรูปเก็บไว้ จำได้ว่าหนูง่วนจับใบไม้ จับหญ้ามาเล่นใหญ่ แม่ต้องคอยมองตลอด เผลอเป็นไม่ได้จะต้องเอาใบไม้ ใบหญ้ามาเข้าปาก หลังจากวันนั้นมา
 

ก็ไม่ได้พาลูกไปอีกเลย จนมาได้ยินคำพูดของเมย์นี่แหละ ก็เลยฮึดขึ้นมา....เสาร์แรก จำไม่ได้ว่าวันที่เท่าไหร่ ไปถึงก็ไปเจอเค้าเต้นแอโรบิกกันอยู่ก็พาหนูไปยืนดูเค้าหนูก็มีโยกตัวตามนิดหน่อย พาไปเดินดู นก ปลา หมา แมว และตัวเอ้ เยอะด้วยสิจรเข้น้อยเนี่ย ดูๆ ไปมันน่ากลัวนะเนี่ย เดินต่อไปข้างในตรงสนามเด็กเล่น เอามามิไปเล่นซักพักก็กลับมาดูเค้าเต้นแอโรบิกต่อ เห็นมีเด็กตัวเล็กๆ ลูกฝรั่งยืนเต้นอยู่กะเค้าด้วยก็เลยพามามิเข้าไปแจมๆ มามิก็โยกนิดๆ หน่อย แบบว่าแอบเขินเล็กน้อย ไม่ได้เก็บภาพไว้ เก็บคลิปสั้นๆ ไว้แค่คลิปเดียว




ครั้งที่ 2 ไม่ได้เป็นวันเสาร์ แต่เป็นวันจันทร์ที่ 1 มีนา เป็นวันหยุดชดเชย ไปคราวนี้หนูเหมือนจะจำได้แล้วว่าแต่งตัวแบบนี้แม่จะพาหนูไปไหน หนูอารมณ์ดีมากๆ ขึ้นรถใต้ดิน ยิ้ม โบกมือทักทายทั้งคนไทย ไปทั่วเลย ใครยิ้มให้เป็นไม่ได้หนูจะต้องโบกมือให้ ไปถึงเจอเค้าเต้นแอโรบิกเหมือนเคย คราวนี้หนูเริ่มออกสเต็ปเพิ่ม ขึ้นมาอีกเล็กน้อย เห็นเจอนกก็พูด นกจิ๊บ เจอหมาก็เรียก dog เจอแมว หนูก็เรียกเหมียวๆๆ แต่ที่หนูชอบมากที่สุดคือเป็ด เป็ดที่ว่านี่คือเรือเป็ดสีเหลืองๆ ที่เค้าเช่าปั่นกันในบึง 
 





วันนี้ขากลับ พอขึ้นรถใต้ดินปุ๊บ หนูเห็นคุณลุงฝรั่งแบกเป้ แล้วที่เป้ของลุงคนนั้นมีลิงตัวใหญ่ๆ สองตัวเกาะอยู่ หนูเห็นแล้วตื่นเต้นมากๆ ชี้แล้วร้องเสียงดัง เลยว่า Monkey ลุงฝรั่งใจดี ยื่นตุ๊กตาเล็กๆ ที่ทำด้วยเปลือกหอยให้ หนูโบกมือบอกไม่เอา ชี้ไปที่ตุ๊กตาลิง แต่คุณลุงบอกว่าให้ไม่ได้ My girlfriend ให้มา แสบจริงๆ เล้ยเจ้ามามิ


ครั้งที่ 3 เมื่อเสาร์ที่ 6 ที่ผ่านมา ตอนนี้พาเดินไปก็จะชี้ให้หนูดูรถที่ขับผ่านมาด้วย ตุ๊กตุ๊ก รถยนต์ รถเมล์ ตอนนี้หนูจำได้แล้วว่าอันไหนรถยนต์ อันไหนตุ๊กตุ๊ก พอขึ้นรถใต้ดินก็เหมือนเดิม แม่พีอาร์หน้าหวานทักทายคนเค้าไปทั่วตามเคย ไปถึงก็าหนูไปเดินดูนก ดูปลาก่อนแล้วพาไปเต้นแอโรบิกวงข้างในสุด คราวนี้หนูเต้นเก่งขึ้น มีตากล้องหลายคนที่มาถ่ายรูปเล่นๆ แถวนั้นทั้งมาแอบถ่ายรูป ทั้งมาขอถ่ายรูปหนู สงสัยคราวนี้สีเสื้อหนูแสบสะใจ แถมแม่ตัดม้าเต่อให้อีกต่างหาก


คงเป็นเพราะคราวนี้มีเด็กๆ ตัวเล็กๆ วัยใกล้เคียงกันกับมามิเต้นกันอยู่ด้วยมามิเลยคึกเป็นพิเศษ ตั้งใจเต้นเลยทีเดียว แต่เต้นไปได้ซักพักเครื่องเสียงเสีย ก็เลยนั่งรอเค้าซ่อม มีเด็กวัยรุ่นท่าทางยังเป็นแฟนกันคู่นึง เด็กผู้หญิงเห็นมามิ ไม่ยอมไปไหนเลยนั่งดูแล้วก็พูดซ้ำๆ อยู่นั่นแหละว่าน้องน่ารัก โอ้ยยิ้มให้ด้วย โบกมือให้ด้วยน้องชื่ออะไรคะ กี่ขวบแล้วค่ะ เป็นลูกครึ่งหรือเปล่า ถามใหญ่เลย ซักพักน้องผู้หญิงคนนั้นก็หันไปทางน้องผู้ชายที่เป็นแฟน แล้วพูดว่า "มีลูกกันเหอะ"

อ่ะเจ้ยยย แม่แหม่มหันขวับไปมองเลยค๊าาา น้องผู้ชายก็ทำหน้าตกใจแล้วพูดว่า "เอ้ย..ชวนมีลูกเลยเหรอ" ฮาาาา ตลกดีอ่ะเด็กสมัยนี้

หลังจากนั่งรอซักพักท่าทางจะซ่อมไม่ได้ละ เครื่องเสียงก็เลยเดินไปเต้นอีกวงนึง พอดีวันนี้ปะป๊าออกไปธุระข้างนอก แล้วบอกแม่ว่าจะตามมา พอตามมาถึงก็พาหนูไปเต้นแอโรบิกต่อ คราวนี้หนูเต้นตามอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว มามิชอบน้ำลิ้นจี่ของดอยคำเอามากๆ แม่จะซื้อให้หนูดื่มทุกครั้งที่ไปสวนลุม กินเกือบหมดกล่องเลย

เสาร์ที่จะถึงนี้คงไม่ได้พาหนูไปสวนลุม แต่จะพามามิไปหัวหินแทน หวังว่าคงไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรนะ เพี้ยงงง ไม่ได้ลูกไปทะเลนานแล้วววว อยากพาหนูไปเดินเหยียบทรายจ้าาา
 

มามิโดนจิ้มไป 2 เข็ม Mar 9, '10 5:30 AM

 
วันนี้วันเกิดแม่แหม่มตอนแรกตั้งใจว่าวันเกิดจะลางานอยู่กับลูกที่บ้านทั้งวันเลย ปรากฏว่าวันเสาร์เย็นพยาบาลโทรมาบอกว่า มามิมีนัดฉีดวัคซีนกับคุณหมอวันอาทิตย์ เคยคุยกะพ่อหนูว่า ถ้าไปฉีดวัคซีนอีกครั้งอยากจะไปพบหมอประจำของหนู ที่คอยติดตามัฒนาการของหนูมาตลอด แต่หมอคนนี้ไม่ค่อยเข้าเสาร์ อาทิตย์ แม่แหม่มก็ต้องทำงานจึงเลือกนัดหมอเป็นเสาร์ อาทิตย์ทุกครั้ง ก็จะไม่เจอคุณหมอของหนูมาหลายเดือนแล้ว

ตอนนี้มามิโตขึ้นเยอะ เรียนรู้อะไรมากขึ้นก็เลยอยากเช็คพัฒนาการของหนู ว่าเป็นไปตามวัยหรือเปล่า แม่ก็เลยต้องขอเลื่อนนัดเป็นวันนี้ แต่บังเอิญก่อนที่จะเลื่อนนัดหมอดันไปนัดกับเพื่อนๆ ตั้งแต่วันศุกร์แล้วว่าวันอังคารจะไปกินมื้อเที่ยงกันที่สีลมคอมเพล็กซ์ จากที่นัดหมอตอนเช้าก็เลื่อนไปเป็นตอนบ่าย ช่วงเช้าก็อยู่กับมามิ พอเที่ยงหน่อย ปลุกหนูตื่นขึ้นมาแต่งตัวแล้วไปเจอเพื่อนๆ แม่ที่ Fuji Silom complex

ป้าอ้อมแอ้มมาธุระแถวนี้พอดีก็เลยได้มีโอกาสนัดเจอกันเป็น meeting เล็กๆ มีป้ารัช ป้าอ้อมแอ้ม ป้าฝน ป้าเอ และป้านุช พาพี่นนมาด้วย หลังจากกินข้าวกับเพื่อนๆ เสร็จก็รีบบึ่งพามามิไปหาหมอ ไปถึงก็เข้าพบหมอเลย

น้ำหนักมามิ 9.35 kg. ส่วนสูง 79 หมอบอกว่าส่วนสูงดีเลยแหละ แต่น้ำหนักน้อยไปนิด อยากได้ซัก 10 กิโล แม่จะพยายามค่ะ คิดว่าน่าจะทำได้เพราะหลังๆ มามิเริ่มกินนมวัวได้เยอะขึ้น ต้องค่อยๆ หัดไปเพราะกินนมแม่มาตลอด พอให้กินนมวัวก็คงจะยังไม่ค่อยชิน ส่วนเรื่องอาหารหนูกินได้เยอะทุกมื้อ มื้อละประมาณสองทัพพี แต่ลังงานหนูเหลือเฟือจริงๆ เดินไปเดินมาทั้งวันไม่หยุดเลย กินไปเท่าไหร่ๆ เลยไม่อ้วนซักที

 
หมอมีเช็คพัฒนาการโดยการให้หนูเอาลูกเต๋าเล็กๆ มาวางต่อกัน ให้ชี้ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ให้ยื่นสิ่งของให้พี่ตุ๊กตา ซึ่งหนูก็ทำได้ ถามเรื่องการพูดของหนูว่าพูดได้ถึง 50 คำหรือยัง หนูบ่นทั้งวันแบบนี้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหละค่ะ หมอแนะนำให้มามิเริ่มระบายสี เริ่มเดินขึ้นบันไดเอง และให้หัดกินข้าวเอง  ให้ดื่มนมจากหลอดดูด หรือแก้ว ซึ่งอันนี้หนูทำได้นานแล้ว หนูไม่ติดขวดนมเลย

หลังจากเช็คพัฒนาการตรวจร่างกาย ฟันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาขึ้นเขียง คราวนี้หนูเจอไปสองเข็ม เข็มแรกหลังจากหมอจิ้มไปปุ๊บมามิร้องจ๊ากก แม่เห็นเลือดไหวกระฉูดออกมาเลย ตามด้วยเข็มที่สองทันทีร้องอีกจ๊ากกกก หลังจากฉีดเสร็จมีคราวฮือๆๆ ต่อนิดหน่อย ซักพักก็ไปวิ่งเล่นได้เหมือนเดิม เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่ยังงงๆ อยู่เลยว่าตกลงหนูเจ็บหรือเปล่าเนี่ย สงสัยจะลืมไปแล้วว่าเจ็บมัวแต่ห่วงเล่น

เสร็จจากฉีดวัคซีนแล้วก็พามามิกลับบ้านเลย ตอนแรกว่าจะพามามิไปงานเดินแบบของ Enfant ที่ศูนย์ศิริกิตติ์ แต่อากาศร้อนจัด แถมมามิเจอไปสองเข็มกลัวลูกไม่สบายก็เลยอดไปเลยงานนี้

คำที่มามิพูดได้นอกจากชื่อคนในบ้านและญาติๆ

กิน นอน เอา ไป ขึ้น ลง อิ่ม น้ำ นอก เป็ด ปลา ปู bug dog cat bird cow apple ผีเสื้อ โอ๊บโอ๊บ (กบ) อ๊อดอ๊อด (ลูกอ๊อด) แหน๋นแน๊น(นม) มิ๊กกี้ มินนี่ กอบกอบ พัดลม ต้นไม้ รถยนต์ รถเมล์ กุญแจ กระดุม วัน ตู ตี (1 2 3) มาม่า (แพนด้า) ส้ม หนม หม่ำหม่ำ กุ๊กไก่ การ์ตูน.... ..................แม่จำได้ไม่หมด ต้องให้ปะป๊าหนูมาช่วยเติม

ถาม : มามิไปไหน
ตอบ : นอก

ถาม : ไปหาใคร
ตอบ : อี่อี๊ เนเน่ นาน่า จีจี้

ถาม : เอาเยอะมะ
ตอบ : สิบบาท แปดบาท แล้วแต่อารมณ์

ถาม : มามิอยู่ไหน
ตอบ : อยู่นี่

...............อันนี้ก็ต้องให้พ่อมาช่วยเติมอีกเหมือนกัน เพราะถามอะไรตอบได้เยอะเลย

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มามิตามไปเกาะขอบเวทีแบรนด์จูเนียร์

หลังจากที่ส่งคลิปมามิเข้าประกวดกับโครงการ “BRAND’S Junior Genius Show แจ้งเกิด เปิดโชว์ Season 1 ตอนแจ้งเกิดเปิดโชว์” ก็ติดตามข่าวสารของกิจกรรมนี้มาตลอด และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ได้ไปชมเด็กเก่งทั้ง 50 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากผู้เข้าร่วมประกวดหลายร้อยคนทั่วประเทศ ขึ้นโชว์ความสามารถบนเวทีที่ Central World เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 10 คน ที่จะได้ร่วมเป็นแขกรับเชิญแสดงสดบนเวทีร่วมกับพี่โต๋และน้องณดลค่ะ


ถึงแม้งานนี้เจ้ามามิของเราจะไม่เข้ารอบกับเค้าเพราะหนูยังเล็กไป แต่แม่ก็อยากให้มามิได้มาดูเด็กคนอื่นโชว์ความสามารถกัน เผื่อว่าหนูชอบทางด้านไหนจะได้ส่งเสริมหนูได้ถูกทาง เพราะเวทีนี้เพราะน้องๆแต่ละคนมีความสามารถรอบด้านจริงๆ ทั้งทางด้านดนตรีและภาษา ความคิดสร้างสรรค์ แสดงออกมาแบบขั้นเทพกันเลยทีเดียว

ถ่ายรูปเป็นที่ระทึก เอ้ย…ที่ระลึกซะหน่อย 
เผื่อวันหน้าหนูอาจจะมีโอกาสได้ขึ้นเวทีกับเค้าบ้าง
 
แอบเก็บภาพเจ้าของงานมาด้วย “แบรนด์ จูเนียร์" ในวันงานมีแจกชิม เห็นเด็กๆ ไปมุงชิมกันเยอะทีเดียว ท่าจะอร่อย ไว้ต้องให้น้องมามิลองบ้างแล้ว

เนื่องจากช่วงเช้ามีประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียนถึงเที่ยง กว่าจะมาถึงก็เกือบบ่ายสองการแสดงบนเวทีได้เริ่มไปบ้างแล้ว ทั้งผู้ชม ทั้งกองเชียร์แน่นขนัดทั้งนั่งทั้งยืน มองแทบไม่เห็นเวที ด้อมๆ มองๆ อยู่พักนึงชักเมื่อย เจ้ามามิของเราตัวเล็กเกินมองไม่เห็นอะไรเลย ถูกบังมิด ต้องขึ้นไปชั้นสองหาที่นั่งตั้งหลักก่อน แล้วค่อยลงมาเดินเดินวนเวียนถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศมาฝากด้วยนะคะ 




น้องๆ แต่ละคนที่ขึ้นมาโชว์บนเวทีจัดเต็มกันทุกคน แต่ละคนขนเอาความสามารถมาจากบ้าน เรียกว่าเตรียมตัวกันมาอย่างดี ทั้งร้อง เต้น เล่นดนตรี เปียโน ตีกลอง กีตาร์ ไวโอลิน โชว์ลีลากันสนุกสนาน แต่ละคนเก่งๆ กันทั้งนั้น งานนี้เล่นเอาคณะกรรมการหนักใจไปตามๆ กันเลยทีเดียว อีกทั้งพิธีกร พี่อ้นยิงมุกกระจายจนกองเชียร์แน่นขนัดไม่ย้ายก้นกันไปไหนกันเลย

กรรมการหนักใจกันเลย เลือกไม่ถูก เก่งกันทุกคน

มีน้องๆ ที่แม่แหม่มได้ดูคลิป แล้วแอบชม แอบเชียร์เข้ารอบไปหลายคนเลย โดยเฉพาะสาวน้อยผมยาวน้องการ์ตูนที่แม่แหม่มเคยแชร์คลิปให้ได้ดูกันไปแล้วนั้น ขึ้นโชว์ไวโอลินไปด้วยเล่นฮูล่าฮูปไปด้วยพลิ้วมาก สุดยอดจริงๆ จนพิธีกรพี่อ้นพูดเลยว่า ถ้าน้องคนนี้ไม่เข้ารอบก็ไม่รู้จะพูดว่างัยแล้ว นั่น!! เชียร์กันออกนอกหน้ากันเลยทีเดียวเชียว



บรรดาญาติสนิท พ่อ แม่ พี่น้อง ก็ขนกันมาเชียร์อย่างสนุกสนาน มีพร็อบ มีป้ายมาเชียร์กันใหญ่ ตะโกนส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่นลั่นฮอล์กันเป็นที่ครึกครื้น จนผู้คนผ่านไปมาต้องหยุดมองและต้องเดินเข้ามาชมกันเลย เสียดายตรงที่พื้นที่จัดงานเล็กไปหน่อย ทำให้คนอยากดูนานๆ เกิดอาการเมื่อยเพราะไม่มีที่นั่ง จะยืนดูก็ถูกบังด้วยคนที่ยืนดูเกือบมิดเวที ถ้าได้พื้นที่กว้างกว่านี้คงได้มีเด็กๆ ออกมาเต้นแจมกันหน้าเวทีเป็นแน่



พอน้องๆ ทั้ง 50 คนแสดงจบไปแล้วระหว่างที่รอกรรมการรวบรวมคะแนนก็มีโชว์พิเศษจากน้องณดลเป็นการโชว์เล่นกลับหลัง โอ้โห...เด็กคนนี้เทพจริงอะไรจริง สุดยอดมาก พอน้องณดลโชว์จบ พี่โต๋ขึ้นมาพูดคุยด้วยกันถึงโชว์เทพของณดลที่เพิ่งโชว์ไปว่าไปประกวดชนะเลิศที่ไหนมาบ้าง เล่าถึงกิจกรรมคอนเสิร์ต Play Day และทั้งสองคนก็จัดโชว์พิเศษแบบสดๆ ให้ได้ชมกัน น้องณดลโชว์เดียวกีตาร์คลาสสิค ส่วนพี่โต๋โชว์เดี่ยวเปียโนโชว์สองเพลงรวดให้แฟนคลับได้ร้องตาม กรี๊ดกร๊าดกันอย่างใกล้ชิด และสนุกสนาน


และแล้วก็มาถึงตอนประกาศรางวัล ประทับใจเวทีนี้มากเลยที่เด็กแทบทุกคนได้รับถ้วยรางวัลกลับบ้านกันหมด แจกรางวัลละ 10 คน กันไปเลย ชื่อรางวัลน่ารักด้วยนะ รางวัลน่ารักขั้นเทพ คอสตูมขั้นเทพ โชว์พลิ้วขั้นเทพ ไม่เหมือนเวทีอื่นที่เคยเห็นมา จะมีแค่ไม่กี่รางวัลให้กับคนที่ชนะเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ก็กลับบ้านมือเปล่า ทำให้พ่อแม่ไม่อยากส่งเด็กเข้าประกวดกลัวว่าลูกจะรับความผิดหวังไม่ได้ แต่งานนี้นอกจากเด็กๆ จะได้ทั้ง มิตรภาพ และประสบการณ์ ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้แล้ว ยังได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับไปเล่าขานให้ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ได้ฟังกันด้วย ประทับใจจริงๆ ค่ะ

 น้องการ์ตูนเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายด้วย เย้!!

สุดท้ายก็ได้ 10 อัจฉริยะจาก BRAND’S Junior Genius Show ที่จะมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษบนเวทีคอนเสิร์ตของพี่โต๋และน้องณดลในวันที่ 7 กรกฏาคมนี้ อย่าลืมติดตามความสามารถของเด็กจากแบรนด์จูเนียร์ได้ในคอนเสิรต์ของพี่โต๋และน้องณดลนะคะ งานนี้แม่แหม่มคนนึงล่ะที่ไม่ยอมพลาด จะตามไปเกาะขอบเวทีกันเลยล่ะ แล้วจะกลับมาเขียนเล่าให้ฟังอีกค่ะ

 ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แม่…ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

ได้เห็นโฆษณาของ P&G ดูเสร็จน้ำตาไหลพรากเลยซึ้งมาก มาซึ้งเอาตอนจบนี่แหละ ตอนที่เมื่อลูกทุกคนทำสำเร็จ ได้รับชัยชนะ ทุกคนมองมายังแม่ แล้วน้ำตาของแม่ทุกคนไหลออกมาด้วยความดีใจที่ได้เห็นชัยชนะของลูก ความสำเร็จของลูกคือความสุขและความภาคภูมิใจของแม่ โฆษณาเรื่องนี้บอกเล่าถึงความผูกพันความรัก และความเอาใจใส่ของแม่ที่มีต่อลูก ไม่ว่าจะเป็นแม่คนไหน เชื้อชาติใดในโลก แม่ทำหน้าที่เหมือนกันทุกคน หน้าที่ทุกคนไม่ได้คิดว่ามันคือหน้าที่ หน้าที่ที่ยินดีทำด้วยความรัก ด้วยความเต็มใจ ทำทุกอย่างให้ลูกมีความสุข กิ่นอิ่ม หลับสบาย

แม่เป็นผู้สนับสนุน และอยู่เบื้องหลังของลูกไม่ว่าจะทำอะไร คนเป็นแม่จะคอยให้ความช่วยเหลือทั้งกำลังกาย กำลังใจ สายตาของแม่จะคอยมองอยู่แต่ที่ลูก ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน จะทำอะไรแม่จะคอยมองอยู่ไม่ห่าง สิ่งแรกที่แม่คิดถึงเสมอคือลูก ความสำเร็จของลูก ไม่ว่าจะแค่ในเรื่องเล็กน้อย แต่นั่นคือความภาคภูมิใจอันมากมายของคนเป็นแม่ ลูกดีใจ แม่ดีใจยิ่งกว่า

ดูแล้วคิดถึงแม่จัง มานั่งมองย้อนกลับไป แม่อยู่เคียงข้างเราตลอดเวลาจริงๆ ปลุกเราตื่นแต่เช้า ทำกับข้าว อาบน้ำ แต่งตัว พาเราไปโรงเรียน พาไปเดินตลาด พาไปเดินเล่น เหมือนที่เห็นในโฆษณาเลย แม่ไม่เคยต้องให้เราทำอะไรเลย แม่บอกว่าเรามีหน้าที่เรียนอย่างเดียวให้ตั้งใจเรียนที่สุดก็พอ แม่ต้องเหนื่อย ต้องทำงานหนัก เพื่อให้ลูกคนนี้ได้สบาย แม้กระทั่งตอนที่เราเองได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นแม่แล้วนั้น แม่ก็ยังรัก ยังห่วงใย คอยถามไถ่ และตามมาดูแลทั้งเราและลูก ความรักของแม่ไม่มีวันหมดจริงๆ ไม่ว่าลูกจะเติบโตไปแค่ไหน แยกจากแม่ไปสร้างครอบครัวใหม่แล้วก็ตาม แต่แม่ก็ยังรักและห่วงใยลูกอยู่เสมอ

อยากให้ลูกทุกคนตระหนักว่าแม่เป็นคนสำคัญ เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพวกเราทุกคน ถ้าไม่มีแม่ ก็คงไม่มีเราในวันนี้ แม่เป็นคนที่เราไว้ใจได้มากที่สุด แม้ในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดของเรา ใครต่อใครอาจจะทิ้งเราไป ไม่มีใครสนใจเรา แต่คนที่จะไม่ทอดทิ้งเรา คอยอยู่เคียงข้างเราเสมอ คอยปลอบโยน คอยพร่ำสอน คอยผลักดันให้เราก้าวต่อไป ดูแล ให้กำลังใจ ใช่ใครที่ไหน แม่ของเรานั่นเองค่ะ ว่าแล้วคลิกไปดูกันเลยค่ะ


ปีนึงจะมีโฆษณาดีๆ ออกมาแค่ไม่กี่ตัวที่ดูแล้วซึ้งดูแล้วประทับใจ ขอบคุณ P&G ที่ทำโฆษณาดีๆ แบบนี้ออกมาให้เราได้ดูกันค่ะ โฆษณานี้มาจากแคมเปญที่ชื่อว่า “Proud Sponsor of Mom” ที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิคในปี2012 ที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษค่ะ
ดูแล้วชอบ ดูแล้วซึ้ง เอาไปแชร์ต่อได้นะคะ หรือตามไปเป็นแฟนได้ที่
https://www.facebook.com/PGThailand

แม่แหม่มเป็นแม่คนนึงที่ทุกวันนี้ทำทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อลูก เพราะลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างของแม่คนนี้จริงๆ ค่ะ ดูแล้วเป็นยังไงกันบ้างคะ เชื่อว่าคนเป็นแม่ทุกคนได้ดูแล้วต้องอินและซึ้งเหมือนแม่แหม่มแน่นอนค่ะ ตอนนี้ใครอยู่ใกล้ๆ แม่เดินไปกอดแม่ให้แน่นๆ นะคะ ฝากกอดเผื่อแม่แหม่มด้วยนะ เดี๋ยวปลายปีจะกลับไปกอดแม่ที่เชียงรายพามามิกับโมโม่ไปหาคุณยาย ไปกอดให้หายคิดถึงเลยค่ะ อยากบอกแม่ว่า “รักแม่ที่สุดค่ะ”